นวัตกรรมแท็กซี่ไฮเทค ยกระดับบริการ เล่น WiFi ฟรี มี GPS

หลายคนอาจเคยมีประสบการณ์ทั้งดีและไม่ดีในการใช้บริการรถแท็กซี่ แต่ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยในโลกไร้พรมแดนปัจจุบัน ทำให้บริการรถแท็กซี่ไทยสามารถยกระดับได้มากขึ้น ปัญหาการบริการรถแท็กซี่ในไทยยังแก้ไม่ตก ทั้งปฏิเสธผู้โดยสาร โกงมิเตอร์บ้าง บางคันขับก็หวาดเสียว แต่เมื่อนำเอาเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการจัดการ บวกกับความรู้ความเข้าใจในการบริหารบุคลากร ทำให้การบริการแท็กซี่ในฝันเกิดขึ้นจริงได้อย่างแท็กซี่ไฮเทคคันนี้

รถคันนี้ติดตั้งระบบ GPS Tracking เพื่อให้รู้ตำแหน่งได้ตลอดเวลา อีกทั้งมีกล้องวงจรปิด 360 องศา ไว้ดูแลความปลอดภัย และพฤติกรรมของพนักงานขับรถ มีแท็บเล็ตที่นอกจากจะใช้เป็น GPS นำทางแล้ว ยังเป็นตัวสั่งการต่างๆ มีมิเตอร์ที่ได้มาตรฐาน และไฟแสดงสถานะที่ติดอยู่บนหลังคารถ อุปกรณ์ทั้งหมดนี้จะเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ควบคุมที่ติดตั้งอยู่ได้เบาะ และทำหน้าที่ส่งข้อมูลในรถทั้งหมดกลับมาให้ศูนย์ควบคุม

พนักงานขับรถของแท็กซี่ไฮเทคทุกคนถือเป็นพนักงานประจำของบริษัท ก่อนออกรถจะต้องสแกน QR Code ที่แท็บเล็ตเพื่อเข้าสู่ระบบทุกครั้ง และต้องถ่ายรูปตัวรถดูว่ามีรอยเชี่ยวชนตรงไหน แต่งกายเรียบร้อยหรือยัง จึงจะออกถนนให้บริการผู้โดยสารได้ และจำกัดความเร็วไม่เกิน 90 กม/ชม. หากขับเร็วเกิน ระบบจะแจ้งเตือนทันที ค่าบริการมิตเตอร์เริ่มต้นที่ 35 บาทเหมือนทั่วไป มีเก็บค่าบริการเพิ่ม 20 บาท เมื่อเรียกผ่าน Application หรือ Call Center แต่ถ้าเจอรถว่างโบกเรียกก็ยินดีไปทุกที่ทั่วไทยไม่ปฏิเสธ แถมในรถยังมี WiFi ฟรีให้เล่นด้วย

ผู้บริหาร All Thai Taxi บอกว่าอยากให้มีบริการแท็กซี่ดีๆ เกิดขึ้นในประเทศไทย จึงนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อให้สามารถควบคุมมาตรฐานการให้บริการได้ อีกทั้งยังมีประโยชน์ในเรื่องการรักษาความปลอดภัยให้ทั้งผู้โดยสารเอง และพนักงานขับรถ ตอนนี้แท็กซี่ไฮเทคยังมีให้บริการไม่มากนัก แต่ถือเป็นต้นแบบที่ดีเพื่อยกระดับมารตรฐานการบริการรถแท็กซี่ไทยให้ดีขึ้น

เลดี้แท็กซี่สาธารณะ ช็อปฉลาดตลาดอัจฉริยะ

แม้คนขับรถแท็กซี่ดี ๆ จะมีมากกว่าที่แย่ๆ แต่เมื่อมีข่าวร้ายจากโชเฟอร์บางราย ซึ่งนาน ๆ จะเกิดสักที ก็ทำให้สาว ๆ หวั่นไหว หากต้องโดยสารยามค่ำคืนที่ผ่านทางสายเปลี่ยว เพียงคนเดียว เพราะทุกอย่างขึ้นกับพี่เค้าว่าจะเหพวงมาลัยไปในทางไหน

ในยุคที่การสื่อสารออนไลน์เป็นปัจจัยที่เข้าถึงและใช้ง่าย เพียงปลายนิ้วสัมผัสโทรศัพท์มือถือ บวกความแพร่หลายของระบบโซเชียลเน็ตเวิร์ก ออนไลน์ ที่ใคร ๆ ก็เป็นเพื่อนกันได้ ทั้งที่ไม่เคยเจอกัน บนเว็บเฟซบุ๊กจึงเกิดนวัตกรรมบริการเลดี้แท็กซี่ คือรถแท็กซี่สำหรับผู้หญิง ที่เน้นความปลอดภัยและคุณภาพสำหรับผู้โดยสาร ด้วยพนักงานขับรถหญิงที่ผ่านการคัดเลือกและอบรมอย่างดี

เริ่มจากเห็นถึงปัญหาสุภาพสตรีจำนวนมากไม่สบายใจในการใช้แท็กซี่สาธารณะ โดยเฉพาะเวลาเดินทางเพียงลำพัง เขาและเพื่อนที่เรียนปริญญาโทอยู่ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โครงการไอเอ็มบีเอ จึงคิดหาวิธีหลายรูปแบบ สำรวจและทดลองตลาดหลายครั้ง จนได้ผลสรุปเป็นธุรกิจเลดี้แท็กซี่ ที่จะให้บริการที่ปลอดภัยกว่าแท็กซี่อื่น ๆ มีพนักงานขับรถเป็นสุภาพสตรีทั้งหมด และมีแผนพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำเอาเทคโนโลยีมาใช้ในลำดับต่อไป เมื่อพร้อมมากขึ้น ทั้งคาดหวังให้พนักงานขับรถแท็กซี่ที่เข้าร่วมมีรายได้เพิ่มขึ้น เพราะมีแท็กซี่วิ่งรถเปล่าถึง 70% ที่มีผู้โดยสารมีเพียง 30% ทำให้พนักงานขับรถแท็กซี่มีรายได้น้อย และเชื่อว่าโครงการนี้จะสร้างรายได้ให้แก่พนักงานเพิ่มขึ้น

อัตราค่าโดยสารกำหนดไว้ 3 กรณี คือ รายที่โบกเรียกตามท้องถนน ซึ่งรับทั้งหญิงและชาย คิดตามมิเตอร์เหมือนแท็กซี่ทั่วไป รายที่เรียกผ่านคอลเซ็นเตอร์เบอร์ 08-1266-6360 จะคิดค่าบริการพิเศษ 50 บาทเพิ่มจากมิเตอร์ ส่วนกรณีลูกค้าบริษัท จะคิดราคาพิเศษ ขึ้นอยู่กับการเจรจาเป็นราย ๆ โดยสองประเภทหลัง จะรับเฉพาะสตรี

การใช้เฟซบุ๊กทำธุรกิจ ให้ประโยชน์ในแง่ที่ทำให้ผู้ประกอบการและลูกค้าติดต่อถึงกันได้ สะดวก มีปัญหาใดก็แจ้งได้ ช่วยให้ฝ่ายบริหารรับรู้ ชี้แจงและแก้ไขได้ทันท่วงที ผู้ที่สนใจใช้บริการ เข้าไปดูหน้าไทม์ไลน์ของเลดี้แท็กซี่ ก็จะเห็นความพยายามปรับปรุงงานที่ยังติดขัดบ้างในช่วงต้นของกิจการ เช่น การเร่งรับสมัครคน พร้อมกับการหาสมาชิก หรือการติติงการรับโทรศัพท์ และการตอบรับทางอีเมลที่ไม่ได้ดั่งใจ

เวลานี้มีรถร่วมโครงการแล้วกว่า 10 คันและจะค่อย ๆ ทยอยเพิ่มขึ้น จึงหวังว่าเลดี้แท็กซี่เมืองไทยจะได้รับความไว้วางใจจากสุภาพสตรีไทย สนใจใช้บริการต้องสื่อสารออนไลน์ จะเฟซบุ๊ก อีเมล หรือมือถือ ทีนี้ปัญหาปฏิเสธผู้โดยสาร ด้วยข้ออ้าง ส่งรถ แก๊สหมด คงไม่มีนะ

All Thai Taxi การเรียกใช้บริการรถแท็กซี่ผ่านทางแอพพลิเคชัน

ปัจจุบันผู้ใช้บริการรถแท็กซี่ในเมืองมีการร้องเรียนการให้บริการรถแท็กซี่เป็นจำนวนมากไม่ว่าจะเป็นเรื่องราคา คุณภาพรถแท็กซี่ มารยาทด้านการให้บริการ ปฏิเสธผู้โดยสาร ไม่ยอมใช้มาตรมิเตอร์แต่ใช้อัตราเหมาเองจนเป็นปัญหาเรื่องราคาที่ส่งผลกระทบต่อผู้โดยสาร กรมการขนส่งทางบก ตระหนักถึงความสำคัญดังกล่าว และได้ดำเนินการพัฒนาคุณภาพผู้ขับรถแท็กซี่จัดอบรมผู้ขับรถและผู้ประกอบการ รวมทั้งเข้มงวดในการตรวจสภาพรถและเข้มงวดกับการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังสำหรับผู้กระทำผิด โดยมีโทษถึงขั้นเพิกถอนใบอนุญาตในกรณีกระทำความผิดซ้ำ

สิ่งที่น่าตื่นเต้นนั้นไม่ใช่เรื่องของรถแท็กซี่ใหม่ของ All Thai Taxi ที่ให้บริการด้วยรถโตโยต้าพรีอุสซึ่งเป็นระบบไฮบริดเท่านั้น แต่สิ่งที่ทำให้ตื่นเต้นยิ่งกว่า นั่นก็คือเทคโนโลยีที่อัดแน่นอยู่ในรถคันนี้ ด้วยการนำเอา Internet of Things มาใช้ในแง่มุมของธุรกิจที่น่าสนใจอย่างมาก

จะว่าไปแล้วเรื่องของการเรียกใช้บริการรถแท็กซี่ผ่านทางแอพพลิเคชันนั้นวันนี้ถือว่าเป็นเรื่องธรรมดามาก แต่หากพูดถึงเรื่องของการนำเอาเทคโนโลยียุคใหม่ที่มีการเชื่อมการทำงานของอุปกรณ์และระบบจัดการการขนส่งด้วยเครือข่ายอินเทอร์เน็ตนั้น นับว่าเป็นระบบแรกๆ ที่เกิดขึ้นในเมืองไทยเลยทีเดียว ถ้าพูดถึงระบบบริหารจัดการระบบขนส่งโดยเฉพาะรถแท็กซี่ ณ วันนี้ ต้องถือว่าไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือน โดยที่ระบบของ All Thai Taxi นั้นจะไม่ใช่แค่ระบบเรียกแท็กซี่ผ่านแอพ แต่ภายใต้ระบบนี้เราได้พัฒนาให้ทั้งระบบสามารถบริหารจัดการในภาพรวมทั้งหมดให้มีประสิทธิภาพ ด้วยการนำเอาเทคโนโลยียุคใหม่อย่าง Internet of Things หรือ IoT มาใช้

ความสามารถของแอพพลิเคชันสำหรับการใช้บริการก็อาจจะเหมือนกับทั่วๆ ไปที่มีอยู่ หากแต่ว่าระบบของ All Thai Taxiในฝั่งของระบบจัดการหลังบ้านนั้นเป็นเรื่องของบริหารจัดการภาพรวมของทั้งระบบ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการกำหนดเส้นทางให้กับผู้ขับในการไปรับผู้โดยสารตามลำดับคิวต่างๆ โดยที่ระบบหลังบ้านของเราจะคอยบริหารให้รถแต่ละคันนั้นให้บริการได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด เพื่อประโยชน์ทั้งในเรื่องของการบริหารต้นทุนด้านเชื้อเพลิงและบริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ แถมยังสามารถบริหารจัดการรถทั้งหมดทั้งในเรื่องของการเปลี่ยนกะเวลาทำงาน รวมถึงการเติมเชื้อเพลิงต่างๆ ซึ่งระบบทั้งหมดจะสามารถบริหารจัดการและตรวจสอบให้รถทุกคันในระบบนั้นสามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ และอีกหนึ่งของสิ่งที่ทำให้ระบบจัดการนี้ล้ำกว่าระบบอื่นๆ ก็คือ รถของ All Thai Taxi ทุกคันจะมีการติดตั้งอุปกรณ์ภายในรถยนต์ที่เชื่อมต่อเข้าหากัน ในการทำงานร่วมกันในการแลกเปลี่ยนข้อมูลต่างๆ ตั้งแต่พฤติกรรมการขับของพนักงานขับรถ การจอดรับผู้โดยสาร ตำแหน่งต้นทางปลายทางและเส้นทาง ณ ปัจจุบัน โดยที่ทั้งหมดจะเชื่อมเข้าหาอุปกรณ์ตัวหนึ่งที่ทำหน้าที่เป็น Gateway ที่ทำหน้าที่ทั้งการประมวลผลต่างๆ ส่วนหนึ่งคือการรับข้อมูลจากทั้งศูนย์ข้อมูลที่ส่งผ่านทางเครือข่ายไร้สาย ที่ทำการประมวลผลแล้วส่งไปยังอุปกรณ์แท็บเล็ตที่แสดงปลายทางที่พนักงานขับต้องไปรับผู้โดยสาร

ความปลอดภัยในการใช้บริการรถแท็กซี่

Image.aspxการเลือกใช้แท็กซี่กลายเป็นทางเลือกในการโดยสารผ่านบริการรถโดยสารขนส่งสาธารณะที่รวดเร็ว เข้าถึงได้ทุกที่ แต่เรื่องความปลอดภัยเราจะพบเห็นได้จากหน้าหนังสือพิมพ์ไม่เว้นแต่ละวันเกี่ยวกับอาชญากรรม การจี้ ปล้น ชิงทรัพย์ ข่มขืน กระทำชำเราผู้โดยสารที่เป็นสุภาพสตรี โดยผู้ก่อเหตุมักเป็นพนักงานขับรถที่เป็นผู้ชาย ทำให้สาวๆไม่กล้าขึ้นแท็กซี่ เพราะกลัวโดนมอมยาสลบ กลัวโดนคนขับแท็กซี่พาออกนอกเส้นทางแล้วพาไปข่มขืนหรือชิงทรัพย์ในที่เปลี่ยว ทำให้สุภาพสตรี มองหาบริการจากคนขับแท็กซี่ที่ไว้ใจได้ เนื่องจากแท็กซี่เป็นรถที่ประชาชนชอบใช้บริการในช่วงเวลาเร่งด่วน ยิ่งอาการร้อนและต้องการความเป็นส่วนตัวถึงที่หมายรวดเร็วกับการควักสตางค์จ่ายเพิ่มไม่กี่บาท แท็กซี่ก็สามารถเข้าตามตรอกซอกซอยคับแคบส่งผู้โดยสารถึงที่หมายได้

แต่จะมีใครรู้ชะตากรรมล่วงหน้าได้ว่า เมื่อเราสาวเท้าขึ้นนั่งรถแท็กซี่แล้วจะไม่มีภัยอันตรายเกิดขึ้น หรือจะรู้ได้อย่างไรว่าภัยร้ายกำลังคืบคลานมาใกล้ตัวอย่างที่ผ่านมาปรากฎเป็นข่าวออกบ่อยครั้ง ภัยอันตรายเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อทุกเวลา หากแท็กซี่บางส่วนไม่มีสามัญสำนึกเป็นคนดีของสังคม แต่กลับสร้างความเสื่อมทรามให้กับแวดวงคนขับแท็กซี่ ซึ่งเมื่อผู้โดยสารได้รับความเลวร้าย อีกทั้งต้องประสบโชคร้ายจากภัยใกล้ตัวเมื่อต้องโดยสารแท็กซี่ ที่คอยจ้องจะตะครุบเหยื่อสาว หลอกลวงบังคับข่มขู่แล้วข่มขืน ซึ่งเกิดขึ้นเป็นข่าวครึกโครมต่อเนื่องแล้ว ผู้โดยสารที่ต้องสัญจรด้วยรถแท็กซี่จะฝากความปลอดภัยไว้ที่ใคร เมื่อจำเป็นต้องใช้บริการแท็กซี่

เมื่อต้องนั่งแท็กซี่ตามลำพัง

1. ก่อนขึ้นรถต้องตรวจเช็กว่า รถแท็กซี่คันที่จะใช้บริการมีการติดป้ายทะเบียนขนส่งถูกต้องหรือไม่ ยี่ห้ออะไร สีรถอะไร
2. ดูเลขระบุข้างรถว่าตรงกับป้ายทะเบียนหรือไม่
3. ควรเลือกที่นั่งด้านหลังคนขับเพื่อไม่ให้คนขับเอี้ยวตัวมาได้ง่าย
4. เช็กสติ๊กเกอร์ป้ายทะเบียนรถที่ติดไว้ข้างประตู รวมถึงดูใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ที่ติดไว้ด้านหน้ารถ
5. ถ่ายภาพป้ายทะเบียนรถส่งให้กับคนใกล้ชิด หรืออาจโทรศัพท์บอกข้อมูลของรถและคนขับ
6. อย่าคุยเรื่องส่วนตัวกับคนขับรถ และอย่าบอกคนขับว่าไม่รู้เส้นทาง
7. พยายามสังเกตพฤติกรรมของคนขับ หากพบว่าคนขับปรับกระจกเพื่อมองระดับหน้าอกหรือหน้าขาของผู้โดยสารให้ระวังตัวไว้ทันที
8. หากเห็นคนขับขยับมือมาอังที่ช่องแอร์บ่อยครั้ง หรือหากผู้โดยสารเริ่มมีอาการผิดปกติ ควรหาที่ปลอดภัยที่มีแสงสว่างมากๆ มีคนเยอะๆ เพื่อลงจากรถ
9. ตั้งสติไว้ตลอดเวลา อย่าเผลอหลับระหว่างทาง และอย่าชะล่าใจว่าเป็นเส้นทางที่คุ้นเคย
10. เวลาลงรถควรลงประตูด้านหลังซ้ายมือคนขับ เพื่อไม่ให้คนขับลงจากรถเข้ามาประชิดตัวเราได้

3 แอพเรียกแท็กซี่ EasyTaxi, GrabTaxi และ Uber

ปัญหาแท็กซี่ไม่รับผู้โดยสาร, มารยาทแย่, ขับขี่ไม่ปลอดภัย, และหนักสุดคือทำตัวเยี่ยงโจร เป็นปัญหาคาราคาซังที่ผ่านมานานหลายปีผ่านไปก็ไม่มีหน่วยงานใดสามารถจัดการได้ แถมล่าสุดเล็งขอขึ้นค่าโดยสารขึ้นอีกโดยยังไม่เห็นแนวทางการพัฒนาคุณภาพของผู้ขับขี่อย่างเป็นรูปธรรมเท่าไหร่นัก ซึ่งวันนี้สมาร์ทโฟนที่พวกเราถืออยู่อาจจะเป็นตัวกระตุ้นให้ตลาดเกิดการเปลี่ยนแปลงได้ จึงอยากขอเชิญชวน เพื่อนๆร่วมด้วยช่วยจบปัญหาแท็กซี่ไร้คุณภาพกับ 3 แอพเรียกแท็กซี่ EasyTaxi, GrabTaxi และ Uber กัน

ทำไมต้องใช้แอพเรียกแท็กซี่
ไม่ปฎิเสธผู้โดยสาร กดเรียกแล้วมารอรับถึงที่
แสดงความคิดเห็นหลังใช้บริการได้ มารยาทดีไม่ดี ขับขี่ไม่ปลอดภัย เรารู้ได้หมด
รู้ตัวคนขับ มีประวัติชัดเจน ติดตามกรณีของหายได้
จ่ายเงินด้วยบัตรเครดิต(เฉพาะบางแอพ) หมดปัญหาเงินทอนไม่มี
โปรโมชั่นส่วนลดเพียบ!

ในปัจจุบันนี้มี 3 แอพที่กำลังทำตลาดในเมืองไทยอย่างเมามันส์คือ EasyTaxi, GrabTaxi และ Uber ซึ่งผมได้ลองทำตารางเปรียบเทียบค่าบริการและความสามารถของแต่ละอันมาให้ดูกันนะครับ ถ้าข้อมูลส่วนไหนผิดหรืออยากให้เพิ่มตรงไหน บอกได้

EasyTaxi & GrabTaxi : บริการจะคล้ายกันมาก ปกติจะเจอแท็กซี่รับทั้งสองแอพนี้ในเวลาเดียวกัน EasyTaxi จะคิดค่าเรียกถูกกว่าเล็กน้อย แต่ GrabTaxi จะทำตลาดดุกว่ามาก และมีแคมเปญการตลาดพร้อมโปรโมชั่นส่วนลดเพียบ
*EasyTaxi แม้มีระบบการชำระเงินด้วยบัตรเครดิต แต่เหมือนว่าจะยังไม่มีแท็กซี่ในไทยรองรับ
GrabTaxi : เปิดรับชำระค่าโดยสารด้วยบัตรเครดิตจากความร่วมมือกับธนาคารกสิกรแล้ว

Uber Black : บริการแท็กซี่แบบลิมูซีน เอารถป้ายเขียวมาวิ่งรับผู้โดยสาร พบรถกันขั้นต่ำก็ Camry Accord หรือไปสุดที่ Mercedez หรือ BMW กันเลยทีเดียว แต่ค่าบริการก็จะแพงกว่าปกติพอสมควรเช่นกัน และรถมีไม่มากนัก

Uber X : บริการแท็กซี่โดยใครๆก็สมัครทำได้ หรือเรียกง่ายๆว่าเป็นรถทะเบียนขาว-ดำ ที่พวกเราขับกันทั่วไปเนี่ยแหละ มีตั้งแต่ toyota vios-altis ค่าบริการช่วงแนะนำจะถูกว่าแท็กซี่ทั่วไป แต่ต่อไปยังไม่ทราบ แต่บางคนก็เป็นห่วงคือความปลอดภัย เพราะเป็นใครที่ไหนมาขับก็ไม่มีใครรู้

5Uber X เป็นบริการที่เปิดให้บริการมาแล้วในหลายประเทศและเกิดปัญหามากมาย…ไม่ใช่ว่าผู้ใช้ร้องเรียนในความปลอดภัยนะ แต่เป็นคนขับแท็กซี่ออกมาโวยว่า Uber X แย่งงาน แย่งผู้โดยสารไปซะหมดเลย Tongue

ข้อควรรู้ :

ระบบการคิดเงินค่าเดินทางของ Uber และ EasyTaxi+GrabTaxi ต่างกัน

EasyGrab จะเป็นการวางระบบครอบปกติเท่านั้น การคิดเงินค่าเดินทางยังใช้มิเตอร์ปกติ รถวิ่งคิดเงินกม.ละ 5 บาท รถจอดหรือติดคิด 1.5 บาทต่อนาที

Uber จะทำระบบขึ้นมาใหม่เลย และจะรถวิ่งหรือรถจอดก็เสียเงินคิด ไม่มีหยุดอันใดอันหนึ่ง แต่โดยรวมก็ยังถูกกว่าแท็กซี่อยู่ราว 10-15%

Uber ไม่ต้องควักเงินเสียค่าทางด่วนให้คนขับ เพราะมันจะหักในยอดรวมอยู่แล้ว

Uber จะไม่มีมิเตอร์บอกค่าใช้จ่ายปัจจุบันเป็นเท่าไหร่อย่างไร ไปรอลุ้นอีกทีตอนบิลแจ้งค่าบริการเข้ามาในอีเมล์เท่านั้น

ทั้ง Uber และ EasyGrab จะคิดค่าบริการเมื่อเราขึ้นรถแล้วเท่านั้น ใครโดนกดก่อนโปรดโวยหรือร้องเรียนไปที่ Call Center ของแอพนั้นๆ

สาเหตุที่หลายๆคนยังไม่ใช้งาน

มีค่าเรียกรถ 20-25 บาท

จำนวนรถที่ใช้แอพยังมีไม่มาก ต้องรอแท็กซี่วิ่งมาหา ซึ่งบางคนโดนไปเกินครึ่งชม.ก็มี

ต้องกดเรียกผ่านสมาร์ทโฟนวุ่นวาย ยืนริมถนนเรียกเลยง่ายกว่า

แต่ในทางกลับกันก็อยากให้ช่วยๆกันใช้แอพเหล่านี้กันเยอะๆนะครับ เพราะลึกๆแล้วเชื่อว่ามันน่าจะสร้างความเปลี่ยนแปลงหลายๆอย่างต่อคุณภาพชีวิตคนไทยได้ไม่มากก็น้อย

GrabTaxi แอพพลิเคชั่นเรียกใช้บริการรถแท็กซี่

GrabTaxi แอพพลิเคชั่นเรียกใช้บริการรถแท็กซี่ ที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายทั้งในประเทศมาเลเซีย และฟิลิปปินส์ ตอนนี้ได้เริ่มเปิดให้ผู้ใช้ Smart Phone ได้ทดลองใช้แล้วเป็นแห่งแรก ที่กรุงเทพฯ เพื่ออานวยความสะดวกสบาย และแก้ปัญหาการใช้บริการรถแท็กซี่ในสังคมอย่างง่ายๆ เพียงปลายนิ้วก็สามารถจับคู่คนขับรถแลผู้โดยสารอย่างรวดเร็ว

เพียงแค่เข้าสู่ GrabTaxi ระบบ GPS จะทาการค้นหาตาแหน่งของผู้ใช้โดยอัตโนมัติ แค่กาหนดปลายทาง แอพพลิเคชั่นจะค้นหารถแท็กซี่ที่อยู่ใกล้ที่สุด และแสดงค่าโดยสารโดยประมาณ เมื่อทาการกดเรียกรถ ผู้โดยสารจะได้รับการยืนยันภายใน 1 นาที พร้อมข้อความที่ระบุใบหน้า และเบอร์โทรศัพท์ของคนขับรถ รวมถึงทะเบียนรถและเวลาถึงที่หมายโดยประมาณ อีกทั้งยังสามารถติดตามความเคลื่อนไหวของรถได้ตลอดเวลาขณะมารับผู้โดยสาร นอกจากนี้แล้ว ยังสามารถส่งข้อมูลต่างๆ รวมทั้งการติดตามการเดินทางให้กับครอบครัว หรือเพื่อนๆ เพื่อให้ทราบการเคลื่อนไหวแบบเรียลไทม์ขณะโดยสารรถจนถึงที่หมายได้อีกด้วย

“จุดเริ่มต้นของ GrabTaxi ในมาเลเซีย คือ การต้องการแก้ไขปัญหาการให้บริการแท็กซี่ Grab Taxi มีเป้าหมายการให้บริการอยู่ 3 สิ่ง เพื่อเปลี่ยนวิถีการโดยสาร คือ ความปลอดภัย ความรวดเร็ว และความมั่นใจ เรามีความยินดีมากที่จะเปิดช่องทางความสะดวกนี้ให้กับคนกรุงเทพฯ ที่ต้องสัญจรไปมา” Anthony Tan กรรมการผู้จัดการ GrabTaxi Group กล่าว

การบริการรถแท็กซี่ในกรุงเทพฯนั้นมีปัญหามากมาย เป็นเรื่องธรรมดาที่คนขับรถจะปฏิเสธผู้โดยสาร โดยเฉพาะช่วงเวลาเร่งรีบที่รถติด ฝนตก แท็กซี่เปลี่ยนกะรถ และมีการจัดงานต่างๆ บางครั้งคนขับแท็กซี่ไม่ยอมเปิดมิเตอร์ ทาให้ผู้โดยสารต้องยอมจ่ายค่าโดยสารที่แพงเกินความเป็นจริง สาหรับผู้ประกอบอาชีพขับรถแท็กซีในกรุงเทพฯ เอง ต้องเผชิญปัญหาหลายอย่างเช่นกัน ทั้งการที่ต้องสูญเสียทั้งเวลา และเชื้อเพลิงเพื่อจะขับตระเวนหาผู้โดยสาร รวมทั้งความปลอดภัยในชีวิต จาก

กรณีอันตรายแฝง ทั้งการจี้ชิงทรัพย์ หรือการทาร้ายร่างกายต่างๆ ที่ทั้งผู้โดยสารและผู้ขับขี่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ ก่อให้เกิดความรู้สึกไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของทั้ง 2 ฝ่าย ทั้งคนขับแท็กซี่ และผู้โดยสาร

“การเปิดตัวของ GrabTaxi จะสร้างความมั่นใจ และความรู้สึกปลอดภัยในการเรียกใช้บริการรถแท็กซี่ให้กับผู้โดยสาร และในขณะเดียวกัน คนขับรถแท็กซี่ และศูนย์ประสานงานหรือศูนย์วิทยุยังสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายและมีรายได้เพิ่มขึ้นอีกด้วย” จุฑาศรี คูวินิชกุล ผู้อานวยการ แกร็บแท็กซี่ (ประเทศไทย) จากัด กล่าว

สาหรับแอพพลิเคชั่น GrabTaxi สามารถดาวน์โหลดฟรีเพื่อทดลองใช้ได้แล้ว บนทุกระบบปฏิบัติการ ทั้ง iOS, Android และ Windows Mobile โดยจะมีการคิดค่าธรรมเนียม 25 บาท ซึ่งจะค่าบริการนี้จะคิดเมื่อผู้โดยสารได้ขึ้นโดยสารบนรถแท็กซี่เรียบร้อยแล้ว

วิธีจัดการแก้ปัญหาแท็กซี่ทั้งระบบซึ่งปัจจุบันสารพัดปัญหาหมักหมมมายาวนาน

12

ทีดีอาร์ไอแนะวิธีจัดการแก้ปัญหาแท็กซี่ทั้งระบบ ซึ่งปัจจุบันสารพัดปัญหาหมักหมมมายาวนาน จากการทำธุรกิจแท็กซี่ 3 รูปแบบ ชี้กลุ่มที่สร้างปัญหามากที่สุดมาจากพวกเถ้าแก่อู่แท็กซี่ ส่วนการให้บริการรูปแบบแอปพลิเคชันเรียกแท็กซี่ด้วยโทรศัพท์มือถือ และใช้โมเดลใหม่แบบศูนย์สั่งการ บริษัทจ่ายเงินเดือนประจำให้คนขับ เป็นแค่ทางออกระยะสั้น แต่การแก้ปัญหาแบบยั่งยืนต้องผ่าตัดโครงสร้างขนส่งสาธารณะครบทั้งวงจรสารพัดปัญหาของแท็กซี่ในเมืองไทย ที่มีการร้องเรียนกันมานาน ทั้งในเรื่องของพฤติกรรมคนขับ ปฏิเสธผู้โดยสาร หรือปัญหาเกี่ยวกับการโกงมิเตอร์ มีการปรับแก้ให้ราคาวิ่งเร็วผิดปกติ พูดจาไม่สุภาพ ขับรถโดยประมาท และการบริการด้วยรถที่มีสภาพต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน ตลอดจนความปลอดภัยที่มาจากกลุ่มมิจฉาชีพแฝงตัวเข้ามาขับแท็กซี่

ปัญหาซ้ำซากเดิมๆ เหล่านี้รอการแก้ไขมานานแล้ว จนกระทั่งเมื่อนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นได้โพสต์เฟซบุ๊ก ในข้อความที่เกี่ยวข้องกับการใช้บริการรถแท็กซี่ที่สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ ซึ่งส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวของไทย และเรื่องนี้กลายเป็นเรื่องใหญ่ลุกลามขึ้นมาเป็นปัญหาระดับชาติ อย่างไรก็ตาม หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน ได้ช่วยกันหาทางออกเพื่อสร้างมาตรฐานการให้บริการรถแท็กซี่ที่มีคุณภาพ และความปลอดภัยเพิ่มขึ้น ซึ่งจะเห็นได้จากการตั้งศูนย์คุ้มครองผู้โดยสารรถสาธารณะ 1584 ระบบคอลเซ็นเตอร์ให้ผู้โดยสารสามารถแจ้งปัญหาที่เกิดขึ้นจากแท็กซี่ได้ เช่นเดียวกับมาตรการล่าสุด เมื่อเดือนธันวาคมปีที่ผ่านมานั้น กระทรวงคมนาคมไฟเขียวให้แท็กซี่ปรับราคาค่าโดยสารขึ้นมาอีกประมาณร้อยละ 8 ซึ่งคาดกันว่าเมื่อได้ปรับอัตราค่าบริการแล้วจะช่วยให้การบริการผู้โดยสารดีขึ้นตามมา

แต่นั่นอาจเป็นเพียงการคาดหวังหรือเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ เพราะในความเป็นจริงแล้วจะต้องแก้ที่โครงสร้างของระบบแท็กซี่ จึงจะทำให้การบริการผู้โดยสารมีประสิทธิภาพอย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นแนวทางที่ ดร.สุเมธ องกิตติกุล นักวิชาการจากทีดีอาร์ไอ ได้ศึกษาและเก็บข้อมูลไว้อย่างเป็นระบบการเพิ่มของจำนวนรถแม้จะเป็นข้อดี แต่สิ่งที่กลับไม่เปลี่ยนของบรรดาคนขับแท็กซี่ก็คือ การปฏิเสธรับผู้โดยสาร เลือกผู้โดยสารในเส้นทางที่อยากจะไปหรือเฉพาะผู้โดยสารต่างชาติ หรือประเภทขับรถเส้นทางอ้อม หรือตัวคนขับเองที่ก่อคดีอาชญากรรมบนรถแท็กซี่”

มองกลยุทธการตลาด…“แท็กซี่ในฝัน“

อย่างนี้ต้องเรียกว่า สุดยอดกลยุทธ์ทางการตลาด ของทีม นครชัยแอร์ทีเดียว ที่ประกาศ เปิดตัว บริการรถยนต์โดยสารสาธารณะ หรือ บริการรถแท็กซี่ ภายใต้ชื่อ All Thai Taxi เมื่อวานนี้ โดย ได้วางแนวคิดของบริการรถแท็กซี่ ให้เป็น “รถแท็กซี่ในฝัน” เป็นบริการสมาร์ทแท็กซี่อย่างเต็มรูป

ด้วยบริการที่เรียกว่า พลิกบริการรถแท็กซี่กันเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นบริการเรียกรถผ่านแอพลิเคชั่น รับชำระค่าโดยสารด้วยบัตรเครดิต สามารถโทรเรียกจากศูนย์ หรือจะโบกรถโดยตรงเหมือนที่คุ้นเคย รายละเอียดของบริการสามารถติดตามข่าวกันได้

แต่สิ่งที่น่าสนใจของการเปิดตัวรถแท็กซี่ของ เอกชนรายนี้ ต้องยอมรับว่าเยี่ยมยุทธ์ ตามที่จั่วหัวไว้ เพราะอะไร

ปรกติ การแถลงข่าวจะเป็นการเปิดตัวพร้อมเปิดบริการในวันนั้นเลย แต่นี้ เป็นการแถลงเปิดโครงการก่อน โดยจะเปิดบริการจริงอีกเกือบ 3 เดือน คือจะมีรถให้ใช้บริการได้ในเฟสแรกก็โน่นเลย เดือน พฤษภาคม เพราะอะไร…..?

ในช่วงที่กระแสภาพลักษณ์ของบริการแท็กซี่ในปัจจุบัน ค่อนข้างติดลบ (ไม่ใช่ทั้งหมดนะครับ) ไม่ว่าจะกรณีข่าวฉาวของแท็กซี่สุวรรณภูมิ หรือ ความรู้สึกเดิมๆของหลายคนที่มีประสบการณ์ไม่ดีกับบริการรถแท็กซี่เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว อย่างเช่น การปฏิเสธผู้โดยสาร การถูกโกงมิเตอร์ คนขับไม่สุภาพ สภาพรถบางคันที่ดูข้างนอกก็พอได้ แต่พอเข้าไปนั่งเท่านั้นแหละ….ไม่ต้องพูดถึง หรือแม้กระทั่งบางครั้ง หลายคนกังวลในเรื่องความปลอดภัยในการใช้บริการรถแท็กซี่

ดังนั้นการเลือกแถลงเปิดตัวก่อน โดยโชว์บริการที่ลบจุดอ่อนทั้งหมดเหล่านั้นไป และ การให้บริการที่ทันสมัยล้ำกว่าบริการที่มีอยู่ในปัจจุบัน ถือว่าเป็นการเปิดตัวที่ประสบความสำเร็จ เรียกความสนใจได้มากที่สุดของการแถลงข่าวเปิดตัวบริการครั้งหนึ่งทีเดียว

การเลือกเน้น จุดเด่นในเรื่อง รถใหม่ การคิดค่าโดยสาร สตาร์ทที่ 35 บาท คิดค่าโดยสารตามกำหนดของกระทรวงคมนาคม หรือง่ายๆคือ ราคาเท่ากันกับบริการค่าโดยสารแท็กซี่ปัจจุบัน ไม่ต้องห่วงเรื่องถูกโกงมิเตอร์เพราะคนขับเป็นพนักงานบริษัท มีเงินเดือนของตัวเองอยู่แล้ว มีระบบGPS ติดตาม ไม่ต้องกังวลถึงความปลอดภัยฯ เมื่อถึงปลายทางจะออกใบเสร็จระบุระยะทาง, เวลา, ราคาที่ใช้บริการ รวมถึงสถานที่จากต้นทางถึงปลายทาง และจะไม่มีการปฏิเสธผู้โดยสารเด็ดขาด สิ่งเหล่านี้ โดยใจ ผู้บริโภคเต็มเปาเลยทีเดียว

ต้องยอมรับว่า ในเชิงการตลาด การสร้างภาพแท็กซี่ในฝันประสบความสำเร็จอย่างยิ่งยวด ที่เหลือก็คือ…บทพิสูจน์ของจริงเมื่อถึงเวลาเปิดใช้บริการจริง….เมื่อนั้น ภาพของแท็กซี่ในฝันที่ นครชัยแอร์วางไว้เป็นไปตามฝันหรือไม่…หากทุกอย่างเป็นไปตามที่ได้วางไว้ นอกจากความสำเร็จของธุรกิจของเอกชนแล้ว สิ่งที่น่าสนใจก็คือ เชื่อว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลง ของบริการแท็กซี่ทั้งระบบ…กันเลยทีเดียว

จี้แท็กซี่ต้องปรับคุณภาพการให้บริการก่อนขึ้นค่าโดยสาร

ตามที่กระทรวงคมนาคมเห็นชอบให้รถแท็กซี่ปรับค่าโดยสารและกำหนดให้แท็กซี่ต้องตรวจสอบมาตรฐานรถ นำรถเข้าจูนมิเตอร์และซีลตะกั่วที่มาตรค่าโดยสารจากกรมการขนส่งทางบกนั้น ขณะนี้มีรถแท็กซี่เข้ามาดำเนินการตรวจสภาพรถแล้วประมาณ 45,000 คัน แท็กซี่บางส่วนได้ผ่านขั้นตอนที่ 1 แล้ว แต่บางรายที่ยังไม่ผ่านต้องนำรถไปปรับปรุงแก้ไขแล้วนำกลับมาตรวจใหม่ภายใน 15 วัน คาดว่า 22 ธ.ค. จะมีแท็กซี่ที่ผ่านการตรวจสอบทุกขั้นตอนประมาณ 2,000-3,000 คัน ที่สามารถปรับค่าโดยสารได้ก่อนเป็นลอตแรก จากจำนวนรถแท็กซี่ที่จดทะเบียนในระบบประมาณ 85,000 คัน

ปัจจุบันมีแท็กซี่เกือบแสนคันทั่วกรุงเทพฯ ออกวิ่งอยู่บนท้องถนนจำนวนหลายหมื่นคันในแต่ละช่วงเวลา มีประชาชนใช้บริการแท็กซี่วันละหลายแสนเที่ยว ดังนั้นการกวดขันเพื่อคุ้มครองดูแลประชาชนและยกระดับคุณภาพบริการแท็กซี่ จึงเป็นเรื่องจำเป็นและคุ้มค่าแน่นอน โดยเฉพาะถ้าภาครัฐต้องการให้คนลดการใช้รถยนต์ส่วนตัวลง ก็ยิ่งจะต้องเพิ่มคุณภาพของบริการขนส่งสาธารณะ อันรวมถึงแท็กซี่ด้วย จึงจะเป็นการจูงใจให้คนจอดรถส่วนตัว ลดการใช้รถส่วนตัว อยากหันมาใช้บริการแท็กซี่และระบบขนส่งสาธารณะมากขึ้น

ที่ผ่านมาผู้ประกอบการรถแท็กซี่ไม่ได้ปรับค่าโดยสารมานานแล้ว ช่วงแรกจะให้ผู้ประกอบการปรับปรุงคุณภาพการให้บริการ มีกรมการขนส่งทางบกประเมินผลอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันการเรียกรถแบบเหมาจ่ายเดิมขึ้นกับรถแท็กซี่ตกลงกันกับผู้โดยสาร แต่ต่อไปกระทรวงจะปรับให้เป็นการกดมิเตอร์ ซึ่งจะได้ค่าโดยสารเท่ากับหรือใกล้เคียงกับที่เหมาจ่าย จูงใจให้คนขับไม่ปฏิเสธผู้โดยสาร ต่อไปเมื่อผู้โดยสารเรียกแท็กซี่แล้ว คนขับจะต้องไปทุกที่ ไม่มีการปฏิเสธ เพราะการดำเนินการครั้งนี้ จะวางกรอบครอบคลุมทั้งการให้บริการ การใช้บริการ ทุกอย่างจะเป็นธรรมมากขึ้น ผู้ประกอบการจะมีเงินเหลือเพียงพอกับรายจ่าย ไม่ใช่ขับแท็กซี่แล้วได้เงินไม่ถึงค่าแรงขั้นต่ำหรือ 300 บาท

ขณะนี้กรมการขนส่งมีมาตรการให้แท็กซี่นำรถไปตรวจสภาพ ก่อนที่จะนำมิเตอร์ให้เจ้าหน้าที่ขนส่งปรับตั้งค่าให้ แต่เนื่องจากมีแท็กซี่ต่อคิวขอใช้บริการเป็นจำนวนมาก ทำให้รถแท็กซี่บางคันยังไม่นำรถไปตั้งค่ามิเตอร์ จึงยังต้องให้บริการในราคาเดิมก่อน ขณะที่บางคันที่ตั้งค่าแล้วก็จะปรับขึ้นค่าบริการต่อไป ดังนั้นในช่วงนี้อาจจะเห็นว่ารถบางคันคิดค่าแท็กซี่มิเตอร์ในราคาต่างกัน อย่างไรก็ตามด้านผู้ขับรถแท็กซี่เองส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับการขึ้นราคาในครั้งนี้ เนื่องจากมองว่าราคาก๊าซในปัจจุบันก็ไม่ได้ปรับเพิ่มขึ้นสูงขึ้นมากนัก และราคาก็ไม่ได้เป็นภาระต่อต้นทุน รวมไปถึงมีบัตรในการช่วยลดหย่อนในการเติมก๊าซ แต่หากมีการปรับขึ้นราคาขึ้นไปอีกจะทำให้ประชาชนที่ใช้บริการน้อยลงอยู่แล้วใช้น้อยลงกว่าเดิม

อุปกรณ์สำหรับให้ผู้บริการสามารถเรียกรถแท็กซี่จุดจอดรถแท็กซี่อัจฉริยะ

200403830-001

ปัจจุบันประชาชนนิยมเดินทางโดยอาศัยระบบขนส่งมวลชนเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะใช้บริการรถแท็กซี่ซึ่งสามมารถช่วยในการแก้ไขปัญหาการจราจรได้ในระดับหนึ่ง แต่ปัจจุบันประชาชนผู้เรียกใช้บริการรถแท็กซี่ที่จัดเตรียมไว้มีไม่เพียงพอ หรือที่มีอยู่แล้วรถแท็กซี่ไม่ได้มาจอด เพราะมีรถอื่นมาจอดแทนที่ ทำให้รถแท็กซี่ต้องวิ่งหาผู้โดยสารบนถนนต่อไปเหมือนเดิมยิ่งเป็นช่วงเวลาที่เร่งด่วนด้วยแล้วไม่ต้องพูดถึง ทำให้เกิดปัญหาการจราจรตามมาที่สำคัญก่อให้เกิดอุบัติเหตุสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินรวมถึงน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นจำนวนมาก อีกทั้งประชาชนขาดความเชื่อมั่นในการใช้บริการรถแท็กซี่ อีกทั้งแท็กซี่ที่ให้บริการอยู่ในปัจจุบัน มีจำนวนไม่ต่ำกว่า 25 ศูนย์ ซึ่งยากต่อการควบคุมดูแล

ในเมื่อเป็นเช่นนี้ชาว กทม.จึงเปลี่ยนไปใช้รถยนต์ส่วนบุคคลในที่สุด ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้เกิดปัญหาการจราจรติดขัดตามมา ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร จึงได้กำหนดนโยบายเร่งด่วนในการดำเนินโครงการที่จอดรถแท็กซี่อัจฉริยะ เพื่อให้ประชาชนได้รับความสะดวกและความปลอดภัยในการใช้บริการรถแท็กซี่ ด้วยการตั้งเป้าหมายในการดำเนินการปรับปรุงจำนวน 150 จุด และจะเพิ่มจุดจอดรถแท็กซี่ให้ทั่วทั้งพื้นที่กรุงเทพมหานคร อันจะเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนผู้ใช้บริการรถแท็กซี่และส่งเสริมให้ประชาชนหันมาใช้ระบบขนส่งมวลชนมากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นหนทางหนึ่งในการแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัดในกรุงเทพมหานครได้อย่างยั่งยืน

จุดจอดรถแท็กซี่อัจฉริยะที่ว่านี้ มีอุปกรณ์สำหรับให้ผู้บริการสามารถเรียกรถแท็กซี่ โดยอุปกรณ์ดังกล่าวจะต้องแสดงให้เห็นว่าเมื่อมีผู้ประสงค์ที่จะรับบริการแท็กซี่ในบริเวณนี้ ก็จะสามารถมีรถแท็กซี่มาให้บริการได้ โดยผู้รับบริการ จะได้รับความสะดวกสบาย และเมื่อกดเรียกแล้วจะมีสัญญาณแสดงที่ชัดเจนบริเวณที่จะใช้บริการ ด้านการลงทุนเปิดโอกาสให้เอกชนลงทุนก่อสร้างจุดจอดรถครอบคลุมพื้นที่ในเขตกรุงเทพมหานคร และให้ผู้ลงทุนรับสิทธิในการจัดหาผลประโยชน์การโฆษณาประชาสัมพันธ์ผ่านทางจุดจอดรถแท็กซี่ เป็นการแลกเปลี่ยนเป็นเวลา 3 ปี

ที่จอดรถแท็กซี่อัจฉริยะที่กำลังอยู่ในระหว่างดำเนินการนี้จะมีรูปแบบที่คล้ายคลึงกับป้ายรถโดยสารประจำทาง มีหลังคาบังแดดบังฝน ออกแบบอย่างสวยงาม มีอุปกรณ์สำหรับกดเรียกแท็กซี่ ให้มีสัญญาณไฟกระพริบแสดงให้เห็นว่ามีผู้ประสงค์จะใช้บริการ อุปกรณ์สัญญาณเรียกรถแท็กซี่ และการประชาสัมพันธ์ข่าวสาร กทม. รวมทั้งมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกแก่คนพิการทางสายตาด้วย ไม่เพียงแค่นั้น ยังมีการจัดเก็บข้อมูลและประมวลผลข้อมูล เช่น การรู้ตำแหน่งรถแท็กซี่ในระหว่างขับเคลื่อนอยู่บนท้องถนน ความปลอดภัยของผู้ใช้บริการ ในกรณีเกิดเหตุกับผู้โดยสาร สามารถตรวจสอบ วัน เวลา ที่ใช้บริการและตรวจสอบประวัติผู้ให้บริการ เพื่อเป็นการขยายผลในการดำเนินการต่อไป

วิธีการแก้ปัญหาแท็กซี่ปฎิเสทผู้โดยสารในปัจจุบัน

ปัญหาแท็กซี่ปฎิเสทผู้โดยสารนั้นมีลักษณะสังคม กล่าวคือไม่ใช่เป็นปัญหาในทางกฎหมาย หรือเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว แต่มีลักษณะที่เกี่ยวข้องเชื่อมโยงในทุกส่วนของสังคมเพราะเนื่องด้วยแท็กซี่เป็นบริการสาธรณะที่ได้รับความนิยมและจำเป็นในปัจจุบัน เพราะลักษณะที่ได้เปรียบของบริการแท็กซี่โดยสารไม่ว่าจะเป็นความสะดวกสบาย หรือการบริการตามความประสงค์ของลูกค้า คือไปตามสถานที่ที่ลูกค้าต้องการที่จะไป ผลที่ตามมาจากที่แท็กซี่มีความใกล้ชิดกับคนในสังคมก็คือปัญหาด้านความปลอดภัยทั้งตัวแท็กซี่เองและผู้โดยสาร หรือปัญหาในความสะดวกที่เป็นเป้าหมายใหญ่ของการมีแท็กซี่แต่ปัจจุบันแท็กซี่ขาดความตระหนักถึงเรื่องนี้ทำให้มีปัญหาการปฎิเสธรับผู้โดยสารเกิดขึ้น นำไปสู่ปัญหาอื่นที่ตามมา ไม่ว่าจะเป็นปัญหาจราจรที่ติดขัดเนื่องจากไม่สามารถระบายผู้โดยสารจากจุดที่รถติดออกไปได้รวมถึงปัญหาการจอดชะลอตัวของรถที่เป็นสาเหตุหลักของการจราจรติดขัดในปัจจุบัน หรือปัญหาการทะเลาะวิวาทจากความไม่พอใจของผู้โดยสารที่มีต่อผู้โดยสารเมื่อมีการปฎิเสทบ่อยๆติดกันหลายคัน เป็นต้น เช่นนี้จากที่กลุ่มของเราได้ลงพื้นที่ไม่ว่าจะเป็นบริเวณ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ หมอชิต สยาม ที่มีการแจ้งปัญหาแท็กซี่ปฎิเสทผู้โดยสารเป็นจำนวนมาก กองบัญชาการตำรวจจราจร(บก.จร.) ที่เป็นผู้บังคับใช้กฎหมายดังกล่าวตามพ.ร.บ.จราจร และกรมขนส่งทางบก ที่เป็นผู้บังคับใช้กฎหมายดังกล่าวตามพ.ร.บ.รถยนต์ จึงสรุปปัญหาและแนวทางแก้ไขปัญหาจากการศึกษาได้ดังนี้

ข้อยกเว้นในกรณีแท็กซี่ปฎิเสทผู้โดยสารไม่ยืดยุ่นไปตามข้อเท็จจริง กล่าวคือไม่เปิดช่องให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฎิบัติการฟังเหตุผลของแท็กซี่ที่ปฎิเสทผู้โดยสารประกอบการสินใจว่าจะลงโทษหรือไม่ เพียงแต่มีดุลพินิจว่าจะลงโทษมากน้อยเท่าใด ซึ่งในความเป็นจริงแล้วเหตุที่ต้องปฎิเสธที่ฟังดูมีเหตุผลก็มีอยู่ไม่น้อยจึงควรให้ดุลยพินิจแก่เจ้าหน้าที่ปรับใช้อย่างเหมาะสมด้วยในเรื่องของคุณภาพของขนส่งสาธารณะ กล่าวคือแท็กซี่เป็นขนส่งสาธารณะอย่างหนึ่งที่มีลักษณะพิเศษในเส้นทางการให้บริการที่กำหนดเป็นลักษณะเขตพื้นที่ตามใบอนุญาตที่ออกมา และทั้งยังมีค่าบริการที่สูงกว่าขนส่งรูปแบบอื่นเนื่องด้วยปัจจัยในเรื่องความสะดวกสบายที่มีมากกว่าขนส่งสาธารณะรูปแบบอื่น เช่นนี้คุณภาพจึงเป็นสิ่งสำคัญไม่ว่าจะเป็นในเรื่อง ความปลอดภัย ความพึงพอใจ และความสะดวกสบาย ดังนั้นจึงต้องมีมาตราการณ์ควบคุมคุณภาพของแท็กซี่ไม่ว่าจะเป็น การให้ใบอนุญาตที่ต้องมีมาตรฐานที่สูงและมีกฎระเบียบที่เคร่งครัดมีมาตราการณ์บังคับที่จริงจังในการได้มาและเสียไปซึ่งใบอนุญาต และหากเสียสิทธิในเรื่องคุณภาพคือถูกเพิกถอนแล้วไม่ควรให้บุคคลนั้นได้รับใบอนุญาตนี้เลยจึงจะเป็นวิธีควบคุมที่ได้ผล

คนส่วนใหญ่ที่ตกงานหรือว่างจากอาชีพที่ตนเองทำก็จะหันมาขับแท็กซี่

TAXI คือ รถบริการที่คนในกรุงเทพมหานครใช้บริการมากพอสมควร ซึ่งทุกวันนี้เราไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่าแท็กซี่ก็เป็นหนึ่งในช่องทางการโดยสารที่สะดวก รวดเร็ว แถมยังมีให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงจากข้อมูลปัจจุบัน กรุงเทพฯ มีแท็กซี่ในระบบ 100,000 คัน แต่วิ่งให้บริการจริง 80,000 คัน และจากข้อมูลการจดทะเบียนรถแท็กซี่ ณ วันที่ 31 มกราคม 2555 พบว่า มีจำนวนรถแท็กซี่ทั้งสิ้น จำนวน 99,375 คัน เป็นรถแท็กซี่ส่วนบุคคล จำนวน 23,757 คัน และรถแท็กซี่นิติบุคคล จำนวน 75,618จากตัวเลขดังกล่าวจะเห็นได้ชัดว่ารถแท็กซี่ที่มีอยู่ใน กทม.นั้นค่อนข้างมีจำนวนมาก คำถามที่ทุกกคนให้ความสนใจ คือปริมาณของ TAXI อยู่ในขนาดที่เหมาะสมหรือยัง ซึ่งนอกจากเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของปริมาณรถ TAXI แล้ว ยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่เสียงวิพากษ์วิจารณ์คือ คุณภาพการให้บริการ เช่น การเลือกให้บริการ การส่งไม่ถึงที่ ร่วมถึงการกระจุกตัวของ TAXI ในพื้นที่ที่เป็นศูนย์การค้า เป็นต้น

ณ ปัจจุบันคนส่วนใหญ่ที่ตกงานหรือว่างจากอาชีพที่ตนเองทำก็จะหันมาขับแท็กซี่ ซึ่งเป็นเรื่องที่ง่ายมากหากคุณจะทำอาชีพนี้ จริงๆ แล้วต้องมีใบขับขี่รถสาธารณะ แต่ปัจจุบันกลับพบว่าอู่แท็กซี่บางแห่งไม่จำเป็นต้องมีใบขับขี่ บางแห่งก็ไม่ให้ความสำคัญต่อเรื่องนี้และที่สำคัญอู่รถแท็กซี่นั้นได้มีการขยายและเพิ่มมากขึ้น และมีรถแท็กซี่ให้เช่ามากมาย โดยไร้การการควบคุมในเรื่องปริมาณ  ต้องยอมรับว่านอกจากจำนวนรถทั่วไปที่วิ่งไปมาแล้ว แท็กซี่ก็เป็นหนึ่งในปัญหาที่ทำให้รถติด ประมาณว่าใครอยากขับก็ขับ การควบคุมในเรื่องแบบนี้ไม่ได้ทำแบบจริงจัง แน่นอนว่าหากมองไปตามท้องถนน กทม.ในช่วงเวลาปกตินั้นนอกจากกลางคืนแล้วเกือบทุกๆ 1-2 นาที เราจะเห็นแท็กซี่วิ่งผ่านไปมาตลอด นำมาซึ่งการขับขี่ที่ไร้ระเบียบการแย่งรับผู้โดยสารบ่อยครั้งมักเกิดอุบัติเหตุให้เห็นปัญหาอีกเป็นคือเรื่องคุณภาพของการให้บริการของแท็กซี่ สถิติในช่วงเดือน ต.ค. 54–ก.ย. 55 และ ช่วงเดือน ต.ค. 55 – เม.ย. 56 มีการร้องเรียนเข้ามา 20,162 ราย ส่วนใหญ่เป็นเรื่องปฏิเสธไม่รับผู้โดยสารแสดงกิริยาวาจาไม่สุภาพ ส่งไม่ถึงจุดหมายปลายทางหรือจะเป็นการพาผู้โดยสารไปในเส้นทางที่อ้อม ขับรถในลักษณะประมาทหรือน่าหวาดเสียว ไม่ใช้มาตรค่าโดยสาร ใช้รถอุปกรณ์ส่วนควบไม่ถูกต้อง(มิเตอร์เดินเร็ว,ติดฟิล์ม) เรียกเก็บค่าโดยสารเกินอัตรา เรื่องอื่นๆ(เช่น การแต่งกาย,สูบบุหรี่) ตามลำดับ

รู้เท่าทันแท็กซี่

ในสังคมยุคปัจจุบันประชากรหรือคนไทยนี้หันออกมาขับแท็กซี่กันมากจนหลายๆครั้งเรามักจะได้ยินข่าวเกี่ยวแท็กซี่จนกลายเป็นเรื่องที่ชินหูคนบ้านเราไปแล้ว แต่ในวันนี้เราจะนำข้อมูลที่เป็นประโยชน์มาบอกเล่าให้แก่คุณผู้อ่านในเรื่องง่ายๆจนบางเรื่องที่คิดว่าไม่น่าจะเป็นไปได้ก็อาจจะมีผลต่อราคาค่าโดยสารแบบที่ท่านต้องประหลาดใจกันเลยทีเดียวกับ “รู้เท่าทันแท็กซี

001

ก่อนอื่นเราจะเริ่มจากการสังเกตรถแท็กซี่กันก่อนเลยตั้งแต่ภายนอกบางคนก็เกิดข้อสงสัยว่าทำไมภายนอกรถจะมีอะไรก็รถปกติดีสิ่งที่จะบอกก็คือให้สังเกตในส่วนของล้อแท็กซี่หากล้อแม็กใหญ่กว่าปกติแล้วตัวยางออกมานอกตัวถังรถนั่นก็หมายความว่ารถคันนั้นมิตเตอร์จะขึ้นเร็วกว่าเดิมนิดหน่อยเพราะมิตเตอร์จะขึ้นได้เกิดจากไฟที่เกิดจากการวิ่ง เช่น เราได้เดินทางจากสามเสนไปยังเจริญนคร 45 โดยใช้รถแท็กซี่ที่มีขนาดล้อธรรมดาราคาจะอยู่ที่ประมาณ95-100 บาท แต่เมื่อเดินทางด้วยรถแท็กซี่ที่มีขนาดล้อใหญ่กว่าตัวถังราคาก็จะสูงขึ้นมากว่าเดิมประมาณ15-20บาท นั่นหมายความว่าราคาจะขึ้นมาประมาณ120 บาท และอีกหนึ่งข้อสังเกตที่เราสามารถสังเกตได้ง่ายๆเวลาเราไปนั่งแท็กซี่คือในมิตเตอร์จะมีบอก 3 อย่าง คือ 1.ราคา 2.ระยะทาง 3.เวลาที่หยุด ซึ่งทั้ง 3 ช่องจะมีจุดเล็กที่จะกระพิบในเวลาวิ่งอยู่คือถ้ารถจอดจุดในช่องเวลาก็จะกระพิบแต่ถ้ารถวิ่งจุดในช่อง ราคาและระยะทางก็จะกระพิบ หากเกิดการกระพิบทั้ง3ช่องไม่ว่ากรณีใดกรณีหนึ่งก็ให้สงสัยไว้ก่อนว่ามีโอกาสจะโดนโกงได้ แต่หลักๆให้สังเกตจุดในช่องราคาไว้หากรถหยุดจุดในช่องราคาต้องไม่กระพิบนั่นเอง