มองกลยุทธการตลาด…“แท็กซี่ในฝัน“

อย่างนี้ต้องเรียกว่า สุดยอดกลยุทธ์ทางการตลาด ของทีม นครชัยแอร์ทีเดียว ที่ประกาศ เปิดตัว บริการรถยนต์โดยสารสาธารณะ หรือ บริการรถแท็กซี่ ภายใต้ชื่อ All Thai Taxi เมื่อวานนี้ โดย ได้วางแนวคิดของบริการรถแท็กซี่ ให้เป็น “รถแท็กซี่ในฝัน” เป็นบริการสมาร์ทแท็กซี่อย่างเต็มรูป

ด้วยบริการที่เรียกว่า พลิกบริการรถแท็กซี่กันเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นบริการเรียกรถผ่านแอพลิเคชั่น รับชำระค่าโดยสารด้วยบัตรเครดิต สามารถโทรเรียกจากศูนย์ หรือจะโบกรถโดยตรงเหมือนที่คุ้นเคย รายละเอียดของบริการสามารถติดตามข่าวกันได้

แต่สิ่งที่น่าสนใจของการเปิดตัวรถแท็กซี่ของ เอกชนรายนี้ ต้องยอมรับว่าเยี่ยมยุทธ์ ตามที่จั่วหัวไว้ เพราะอะไร

ปรกติ การแถลงข่าวจะเป็นการเปิดตัวพร้อมเปิดบริการในวันนั้นเลย แต่นี้ เป็นการแถลงเปิดโครงการก่อน โดยจะเปิดบริการจริงอีกเกือบ 3 เดือน คือจะมีรถให้ใช้บริการได้ในเฟสแรกก็โน่นเลย เดือน พฤษภาคม เพราะอะไร…..?

ในช่วงที่กระแสภาพลักษณ์ของบริการแท็กซี่ในปัจจุบัน ค่อนข้างติดลบ (ไม่ใช่ทั้งหมดนะครับ) ไม่ว่าจะกรณีข่าวฉาวของแท็กซี่สุวรรณภูมิ หรือ ความรู้สึกเดิมๆของหลายคนที่มีประสบการณ์ไม่ดีกับบริการรถแท็กซี่เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว อย่างเช่น การปฏิเสธผู้โดยสาร การถูกโกงมิเตอร์ คนขับไม่สุภาพ สภาพรถบางคันที่ดูข้างนอกก็พอได้ แต่พอเข้าไปนั่งเท่านั้นแหละ….ไม่ต้องพูดถึง หรือแม้กระทั่งบางครั้ง หลายคนกังวลในเรื่องความปลอดภัยในการใช้บริการรถแท็กซี่

ดังนั้นการเลือกแถลงเปิดตัวก่อน โดยโชว์บริการที่ลบจุดอ่อนทั้งหมดเหล่านั้นไป และ การให้บริการที่ทันสมัยล้ำกว่าบริการที่มีอยู่ในปัจจุบัน ถือว่าเป็นการเปิดตัวที่ประสบความสำเร็จ เรียกความสนใจได้มากที่สุดของการแถลงข่าวเปิดตัวบริการครั้งหนึ่งทีเดียว

การเลือกเน้น จุดเด่นในเรื่อง รถใหม่ การคิดค่าโดยสาร สตาร์ทที่ 35 บาท คิดค่าโดยสารตามกำหนดของกระทรวงคมนาคม หรือง่ายๆคือ ราคาเท่ากันกับบริการค่าโดยสารแท็กซี่ปัจจุบัน ไม่ต้องห่วงเรื่องถูกโกงมิเตอร์เพราะคนขับเป็นพนักงานบริษัท มีเงินเดือนของตัวเองอยู่แล้ว มีระบบGPS ติดตาม ไม่ต้องกังวลถึงความปลอดภัยฯ เมื่อถึงปลายทางจะออกใบเสร็จระบุระยะทาง, เวลา, ราคาที่ใช้บริการ รวมถึงสถานที่จากต้นทางถึงปลายทาง และจะไม่มีการปฏิเสธผู้โดยสารเด็ดขาด สิ่งเหล่านี้ โดยใจ ผู้บริโภคเต็มเปาเลยทีเดียว

ต้องยอมรับว่า ในเชิงการตลาด การสร้างภาพแท็กซี่ในฝันประสบความสำเร็จอย่างยิ่งยวด ที่เหลือก็คือ…บทพิสูจน์ของจริงเมื่อถึงเวลาเปิดใช้บริการจริง….เมื่อนั้น ภาพของแท็กซี่ในฝันที่ นครชัยแอร์วางไว้เป็นไปตามฝันหรือไม่…หากทุกอย่างเป็นไปตามที่ได้วางไว้ นอกจากความสำเร็จของธุรกิจของเอกชนแล้ว สิ่งที่น่าสนใจก็คือ เชื่อว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลง ของบริการแท็กซี่ทั้งระบบ…กันเลยทีเดียว

จี้แท็กซี่ต้องปรับคุณภาพการให้บริการก่อนขึ้นค่าโดยสาร

ตามที่กระทรวงคมนาคมเห็นชอบให้รถแท็กซี่ปรับค่าโดยสารและกำหนดให้แท็กซี่ต้องตรวจสอบมาตรฐานรถ นำรถเข้าจูนมิเตอร์และซีลตะกั่วที่มาตรค่าโดยสารจากกรมการขนส่งทางบกนั้น ขณะนี้มีรถแท็กซี่เข้ามาดำเนินการตรวจสภาพรถแล้วประมาณ 45,000 คัน แท็กซี่บางส่วนได้ผ่านขั้นตอนที่ 1 แล้ว แต่บางรายที่ยังไม่ผ่านต้องนำรถไปปรับปรุงแก้ไขแล้วนำกลับมาตรวจใหม่ภายใน 15 วัน คาดว่า 22 ธ.ค. จะมีแท็กซี่ที่ผ่านการตรวจสอบทุกขั้นตอนประมาณ 2,000-3,000 คัน ที่สามารถปรับค่าโดยสารได้ก่อนเป็นลอตแรก จากจำนวนรถแท็กซี่ที่จดทะเบียนในระบบประมาณ 85,000 คัน

ปัจจุบันมีแท็กซี่เกือบแสนคันทั่วกรุงเทพฯ ออกวิ่งอยู่บนท้องถนนจำนวนหลายหมื่นคันในแต่ละช่วงเวลา มีประชาชนใช้บริการแท็กซี่วันละหลายแสนเที่ยว ดังนั้นการกวดขันเพื่อคุ้มครองดูแลประชาชนและยกระดับคุณภาพบริการแท็กซี่ จึงเป็นเรื่องจำเป็นและคุ้มค่าแน่นอน โดยเฉพาะถ้าภาครัฐต้องการให้คนลดการใช้รถยนต์ส่วนตัวลง ก็ยิ่งจะต้องเพิ่มคุณภาพของบริการขนส่งสาธารณะ อันรวมถึงแท็กซี่ด้วย จึงจะเป็นการจูงใจให้คนจอดรถส่วนตัว ลดการใช้รถส่วนตัว อยากหันมาใช้บริการแท็กซี่และระบบขนส่งสาธารณะมากขึ้น

ที่ผ่านมาผู้ประกอบการรถแท็กซี่ไม่ได้ปรับค่าโดยสารมานานแล้ว ช่วงแรกจะให้ผู้ประกอบการปรับปรุงคุณภาพการให้บริการ มีกรมการขนส่งทางบกประเมินผลอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันการเรียกรถแบบเหมาจ่ายเดิมขึ้นกับรถแท็กซี่ตกลงกันกับผู้โดยสาร แต่ต่อไปกระทรวงจะปรับให้เป็นการกดมิเตอร์ ซึ่งจะได้ค่าโดยสารเท่ากับหรือใกล้เคียงกับที่เหมาจ่าย จูงใจให้คนขับไม่ปฏิเสธผู้โดยสาร ต่อไปเมื่อผู้โดยสารเรียกแท็กซี่แล้ว คนขับจะต้องไปทุกที่ ไม่มีการปฏิเสธ เพราะการดำเนินการครั้งนี้ จะวางกรอบครอบคลุมทั้งการให้บริการ การใช้บริการ ทุกอย่างจะเป็นธรรมมากขึ้น ผู้ประกอบการจะมีเงินเหลือเพียงพอกับรายจ่าย ไม่ใช่ขับแท็กซี่แล้วได้เงินไม่ถึงค่าแรงขั้นต่ำหรือ 300 บาท

ขณะนี้กรมการขนส่งมีมาตรการให้แท็กซี่นำรถไปตรวจสภาพ ก่อนที่จะนำมิเตอร์ให้เจ้าหน้าที่ขนส่งปรับตั้งค่าให้ แต่เนื่องจากมีแท็กซี่ต่อคิวขอใช้บริการเป็นจำนวนมาก ทำให้รถแท็กซี่บางคันยังไม่นำรถไปตั้งค่ามิเตอร์ จึงยังต้องให้บริการในราคาเดิมก่อน ขณะที่บางคันที่ตั้งค่าแล้วก็จะปรับขึ้นค่าบริการต่อไป ดังนั้นในช่วงนี้อาจจะเห็นว่ารถบางคันคิดค่าแท็กซี่มิเตอร์ในราคาต่างกัน อย่างไรก็ตามด้านผู้ขับรถแท็กซี่เองส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับการขึ้นราคาในครั้งนี้ เนื่องจากมองว่าราคาก๊าซในปัจจุบันก็ไม่ได้ปรับเพิ่มขึ้นสูงขึ้นมากนัก และราคาก็ไม่ได้เป็นภาระต่อต้นทุน รวมไปถึงมีบัตรในการช่วยลดหย่อนในการเติมก๊าซ แต่หากมีการปรับขึ้นราคาขึ้นไปอีกจะทำให้ประชาชนที่ใช้บริการน้อยลงอยู่แล้วใช้น้อยลงกว่าเดิม

อุปกรณ์สำหรับให้ผู้บริการสามารถเรียกรถแท็กซี่จุดจอดรถแท็กซี่อัจฉริยะ

200403830-001

ปัจจุบันประชาชนนิยมเดินทางโดยอาศัยระบบขนส่งมวลชนเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะใช้บริการรถแท็กซี่ซึ่งสามมารถช่วยในการแก้ไขปัญหาการจราจรได้ในระดับหนึ่ง แต่ปัจจุบันประชาชนผู้เรียกใช้บริการรถแท็กซี่ที่จัดเตรียมไว้มีไม่เพียงพอ หรือที่มีอยู่แล้วรถแท็กซี่ไม่ได้มาจอด เพราะมีรถอื่นมาจอดแทนที่ ทำให้รถแท็กซี่ต้องวิ่งหาผู้โดยสารบนถนนต่อไปเหมือนเดิมยิ่งเป็นช่วงเวลาที่เร่งด่วนด้วยแล้วไม่ต้องพูดถึง ทำให้เกิดปัญหาการจราจรตามมาที่สำคัญก่อให้เกิดอุบัติเหตุสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินรวมถึงน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นจำนวนมาก อีกทั้งประชาชนขาดความเชื่อมั่นในการใช้บริการรถแท็กซี่ อีกทั้งแท็กซี่ที่ให้บริการอยู่ในปัจจุบัน มีจำนวนไม่ต่ำกว่า 25 ศูนย์ ซึ่งยากต่อการควบคุมดูแล

ในเมื่อเป็นเช่นนี้ชาว กทม.จึงเปลี่ยนไปใช้รถยนต์ส่วนบุคคลในที่สุด ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้เกิดปัญหาการจราจรติดขัดตามมา ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร จึงได้กำหนดนโยบายเร่งด่วนในการดำเนินโครงการที่จอดรถแท็กซี่อัจฉริยะ เพื่อให้ประชาชนได้รับความสะดวกและความปลอดภัยในการใช้บริการรถแท็กซี่ ด้วยการตั้งเป้าหมายในการดำเนินการปรับปรุงจำนวน 150 จุด และจะเพิ่มจุดจอดรถแท็กซี่ให้ทั่วทั้งพื้นที่กรุงเทพมหานคร อันจะเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนผู้ใช้บริการรถแท็กซี่และส่งเสริมให้ประชาชนหันมาใช้ระบบขนส่งมวลชนมากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นหนทางหนึ่งในการแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัดในกรุงเทพมหานครได้อย่างยั่งยืน

จุดจอดรถแท็กซี่อัจฉริยะที่ว่านี้ มีอุปกรณ์สำหรับให้ผู้บริการสามารถเรียกรถแท็กซี่ โดยอุปกรณ์ดังกล่าวจะต้องแสดงให้เห็นว่าเมื่อมีผู้ประสงค์ที่จะรับบริการแท็กซี่ในบริเวณนี้ ก็จะสามารถมีรถแท็กซี่มาให้บริการได้ โดยผู้รับบริการ จะได้รับความสะดวกสบาย และเมื่อกดเรียกแล้วจะมีสัญญาณแสดงที่ชัดเจนบริเวณที่จะใช้บริการ ด้านการลงทุนเปิดโอกาสให้เอกชนลงทุนก่อสร้างจุดจอดรถครอบคลุมพื้นที่ในเขตกรุงเทพมหานคร และให้ผู้ลงทุนรับสิทธิในการจัดหาผลประโยชน์การโฆษณาประชาสัมพันธ์ผ่านทางจุดจอดรถแท็กซี่ เป็นการแลกเปลี่ยนเป็นเวลา 3 ปี

ที่จอดรถแท็กซี่อัจฉริยะที่กำลังอยู่ในระหว่างดำเนินการนี้จะมีรูปแบบที่คล้ายคลึงกับป้ายรถโดยสารประจำทาง มีหลังคาบังแดดบังฝน ออกแบบอย่างสวยงาม มีอุปกรณ์สำหรับกดเรียกแท็กซี่ ให้มีสัญญาณไฟกระพริบแสดงให้เห็นว่ามีผู้ประสงค์จะใช้บริการ อุปกรณ์สัญญาณเรียกรถแท็กซี่ และการประชาสัมพันธ์ข่าวสาร กทม. รวมทั้งมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกแก่คนพิการทางสายตาด้วย ไม่เพียงแค่นั้น ยังมีการจัดเก็บข้อมูลและประมวลผลข้อมูล เช่น การรู้ตำแหน่งรถแท็กซี่ในระหว่างขับเคลื่อนอยู่บนท้องถนน ความปลอดภัยของผู้ใช้บริการ ในกรณีเกิดเหตุกับผู้โดยสาร สามารถตรวจสอบ วัน เวลา ที่ใช้บริการและตรวจสอบประวัติผู้ให้บริการ เพื่อเป็นการขยายผลในการดำเนินการต่อไป

วิธีการแก้ปัญหาแท็กซี่ปฎิเสทผู้โดยสารในปัจจุบัน

ปัญหาแท็กซี่ปฎิเสทผู้โดยสารนั้นมีลักษณะสังคม กล่าวคือไม่ใช่เป็นปัญหาในทางกฎหมาย หรือเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว แต่มีลักษณะที่เกี่ยวข้องเชื่อมโยงในทุกส่วนของสังคมเพราะเนื่องด้วยแท็กซี่เป็นบริการสาธรณะที่ได้รับความนิยมและจำเป็นในปัจจุบัน เพราะลักษณะที่ได้เปรียบของบริการแท็กซี่โดยสารไม่ว่าจะเป็นความสะดวกสบาย หรือการบริการตามความประสงค์ของลูกค้า คือไปตามสถานที่ที่ลูกค้าต้องการที่จะไป ผลที่ตามมาจากที่แท็กซี่มีความใกล้ชิดกับคนในสังคมก็คือปัญหาด้านความปลอดภัยทั้งตัวแท็กซี่เองและผู้โดยสาร หรือปัญหาในความสะดวกที่เป็นเป้าหมายใหญ่ของการมีแท็กซี่แต่ปัจจุบันแท็กซี่ขาดความตระหนักถึงเรื่องนี้ทำให้มีปัญหาการปฎิเสธรับผู้โดยสารเกิดขึ้น นำไปสู่ปัญหาอื่นที่ตามมา ไม่ว่าจะเป็นปัญหาจราจรที่ติดขัดเนื่องจากไม่สามารถระบายผู้โดยสารจากจุดที่รถติดออกไปได้รวมถึงปัญหาการจอดชะลอตัวของรถที่เป็นสาเหตุหลักของการจราจรติดขัดในปัจจุบัน หรือปัญหาการทะเลาะวิวาทจากความไม่พอใจของผู้โดยสารที่มีต่อผู้โดยสารเมื่อมีการปฎิเสทบ่อยๆติดกันหลายคัน เป็นต้น เช่นนี้จากที่กลุ่มของเราได้ลงพื้นที่ไม่ว่าจะเป็นบริเวณ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ หมอชิต สยาม ที่มีการแจ้งปัญหาแท็กซี่ปฎิเสทผู้โดยสารเป็นจำนวนมาก กองบัญชาการตำรวจจราจร(บก.จร.) ที่เป็นผู้บังคับใช้กฎหมายดังกล่าวตามพ.ร.บ.จราจร และกรมขนส่งทางบก ที่เป็นผู้บังคับใช้กฎหมายดังกล่าวตามพ.ร.บ.รถยนต์ จึงสรุปปัญหาและแนวทางแก้ไขปัญหาจากการศึกษาได้ดังนี้

ข้อยกเว้นในกรณีแท็กซี่ปฎิเสทผู้โดยสารไม่ยืดยุ่นไปตามข้อเท็จจริง กล่าวคือไม่เปิดช่องให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฎิบัติการฟังเหตุผลของแท็กซี่ที่ปฎิเสทผู้โดยสารประกอบการสินใจว่าจะลงโทษหรือไม่ เพียงแต่มีดุลพินิจว่าจะลงโทษมากน้อยเท่าใด ซึ่งในความเป็นจริงแล้วเหตุที่ต้องปฎิเสธที่ฟังดูมีเหตุผลก็มีอยู่ไม่น้อยจึงควรให้ดุลยพินิจแก่เจ้าหน้าที่ปรับใช้อย่างเหมาะสมด้วยในเรื่องของคุณภาพของขนส่งสาธารณะ กล่าวคือแท็กซี่เป็นขนส่งสาธารณะอย่างหนึ่งที่มีลักษณะพิเศษในเส้นทางการให้บริการที่กำหนดเป็นลักษณะเขตพื้นที่ตามใบอนุญาตที่ออกมา และทั้งยังมีค่าบริการที่สูงกว่าขนส่งรูปแบบอื่นเนื่องด้วยปัจจัยในเรื่องความสะดวกสบายที่มีมากกว่าขนส่งสาธารณะรูปแบบอื่น เช่นนี้คุณภาพจึงเป็นสิ่งสำคัญไม่ว่าจะเป็นในเรื่อง ความปลอดภัย ความพึงพอใจ และความสะดวกสบาย ดังนั้นจึงต้องมีมาตราการณ์ควบคุมคุณภาพของแท็กซี่ไม่ว่าจะเป็น การให้ใบอนุญาตที่ต้องมีมาตรฐานที่สูงและมีกฎระเบียบที่เคร่งครัดมีมาตราการณ์บังคับที่จริงจังในการได้มาและเสียไปซึ่งใบอนุญาต และหากเสียสิทธิในเรื่องคุณภาพคือถูกเพิกถอนแล้วไม่ควรให้บุคคลนั้นได้รับใบอนุญาตนี้เลยจึงจะเป็นวิธีควบคุมที่ได้ผล

คนส่วนใหญ่ที่ตกงานหรือว่างจากอาชีพที่ตนเองทำก็จะหันมาขับแท็กซี่

TAXI คือ รถบริการที่คนในกรุงเทพมหานครใช้บริการมากพอสมควร ซึ่งทุกวันนี้เราไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่าแท็กซี่ก็เป็นหนึ่งในช่องทางการโดยสารที่สะดวก รวดเร็ว แถมยังมีให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงจากข้อมูลปัจจุบัน กรุงเทพฯ มีแท็กซี่ในระบบ 100,000 คัน แต่วิ่งให้บริการจริง 80,000 คัน และจากข้อมูลการจดทะเบียนรถแท็กซี่ ณ วันที่ 31 มกราคม 2555 พบว่า มีจำนวนรถแท็กซี่ทั้งสิ้น จำนวน 99,375 คัน เป็นรถแท็กซี่ส่วนบุคคล จำนวน 23,757 คัน และรถแท็กซี่นิติบุคคล จำนวน 75,618จากตัวเลขดังกล่าวจะเห็นได้ชัดว่ารถแท็กซี่ที่มีอยู่ใน กทม.นั้นค่อนข้างมีจำนวนมาก คำถามที่ทุกกคนให้ความสนใจ คือปริมาณของ TAXI อยู่ในขนาดที่เหมาะสมหรือยัง ซึ่งนอกจากเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของปริมาณรถ TAXI แล้ว ยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่เสียงวิพากษ์วิจารณ์คือ คุณภาพการให้บริการ เช่น การเลือกให้บริการ การส่งไม่ถึงที่ ร่วมถึงการกระจุกตัวของ TAXI ในพื้นที่ที่เป็นศูนย์การค้า เป็นต้น

ณ ปัจจุบันคนส่วนใหญ่ที่ตกงานหรือว่างจากอาชีพที่ตนเองทำก็จะหันมาขับแท็กซี่ ซึ่งเป็นเรื่องที่ง่ายมากหากคุณจะทำอาชีพนี้ จริงๆ แล้วต้องมีใบขับขี่รถสาธารณะ แต่ปัจจุบันกลับพบว่าอู่แท็กซี่บางแห่งไม่จำเป็นต้องมีใบขับขี่ บางแห่งก็ไม่ให้ความสำคัญต่อเรื่องนี้และที่สำคัญอู่รถแท็กซี่นั้นได้มีการขยายและเพิ่มมากขึ้น และมีรถแท็กซี่ให้เช่ามากมาย โดยไร้การการควบคุมในเรื่องปริมาณ  ต้องยอมรับว่านอกจากจำนวนรถทั่วไปที่วิ่งไปมาแล้ว แท็กซี่ก็เป็นหนึ่งในปัญหาที่ทำให้รถติด ประมาณว่าใครอยากขับก็ขับ การควบคุมในเรื่องแบบนี้ไม่ได้ทำแบบจริงจัง แน่นอนว่าหากมองไปตามท้องถนน กทม.ในช่วงเวลาปกตินั้นนอกจากกลางคืนแล้วเกือบทุกๆ 1-2 นาที เราจะเห็นแท็กซี่วิ่งผ่านไปมาตลอด นำมาซึ่งการขับขี่ที่ไร้ระเบียบการแย่งรับผู้โดยสารบ่อยครั้งมักเกิดอุบัติเหตุให้เห็นปัญหาอีกเป็นคือเรื่องคุณภาพของการให้บริการของแท็กซี่ สถิติในช่วงเดือน ต.ค. 54–ก.ย. 55 และ ช่วงเดือน ต.ค. 55 – เม.ย. 56 มีการร้องเรียนเข้ามา 20,162 ราย ส่วนใหญ่เป็นเรื่องปฏิเสธไม่รับผู้โดยสารแสดงกิริยาวาจาไม่สุภาพ ส่งไม่ถึงจุดหมายปลายทางหรือจะเป็นการพาผู้โดยสารไปในเส้นทางที่อ้อม ขับรถในลักษณะประมาทหรือน่าหวาดเสียว ไม่ใช้มาตรค่าโดยสาร ใช้รถอุปกรณ์ส่วนควบไม่ถูกต้อง(มิเตอร์เดินเร็ว,ติดฟิล์ม) เรียกเก็บค่าโดยสารเกินอัตรา เรื่องอื่นๆ(เช่น การแต่งกาย,สูบบุหรี่) ตามลำดับ