All Thai Taxi การเรียกใช้บริการรถแท็กซี่ผ่านทางแอพพลิเคชัน

ปัจจุบันผู้ใช้บริการรถแท็กซี่ในเมืองมีการร้องเรียนการให้บริการรถแท็กซี่เป็นจำนวนมากไม่ว่าจะเป็นเรื่องราคา คุณภาพรถแท็กซี่ มารยาทด้านการให้บริการ ปฏิเสธผู้โดยสาร ไม่ยอมใช้มาตรมิเตอร์แต่ใช้อัตราเหมาเองจนเป็นปัญหาเรื่องราคาที่ส่งผลกระทบต่อผู้โดยสาร กรมการขนส่งทางบก ตระหนักถึงความสำคัญดังกล่าว และได้ดำเนินการพัฒนาคุณภาพผู้ขับรถแท็กซี่จัดอบรมผู้ขับรถและผู้ประกอบการ รวมทั้งเข้มงวดในการตรวจสภาพรถและเข้มงวดกับการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังสำหรับผู้กระทำผิด โดยมีโทษถึงขั้นเพิกถอนใบอนุญาตในกรณีกระทำความผิดซ้ำ

สิ่งที่น่าตื่นเต้นนั้นไม่ใช่เรื่องของรถแท็กซี่ใหม่ของ All Thai Taxi ที่ให้บริการด้วยรถโตโยต้าพรีอุสซึ่งเป็นระบบไฮบริดเท่านั้น แต่สิ่งที่ทำให้ตื่นเต้นยิ่งกว่า นั่นก็คือเทคโนโลยีที่อัดแน่นอยู่ในรถคันนี้ ด้วยการนำเอา Internet of Things มาใช้ในแง่มุมของธุรกิจที่น่าสนใจอย่างมาก

จะว่าไปแล้วเรื่องของการเรียกใช้บริการรถแท็กซี่ผ่านทางแอพพลิเคชันนั้นวันนี้ถือว่าเป็นเรื่องธรรมดามาก แต่หากพูดถึงเรื่องของการนำเอาเทคโนโลยียุคใหม่ที่มีการเชื่อมการทำงานของอุปกรณ์และระบบจัดการการขนส่งด้วยเครือข่ายอินเทอร์เน็ตนั้น นับว่าเป็นระบบแรกๆ ที่เกิดขึ้นในเมืองไทยเลยทีเดียว ถ้าพูดถึงระบบบริหารจัดการระบบขนส่งโดยเฉพาะรถแท็กซี่ ณ วันนี้ ต้องถือว่าไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือน โดยที่ระบบของ All Thai Taxi นั้นจะไม่ใช่แค่ระบบเรียกแท็กซี่ผ่านแอพ แต่ภายใต้ระบบนี้เราได้พัฒนาให้ทั้งระบบสามารถบริหารจัดการในภาพรวมทั้งหมดให้มีประสิทธิภาพ ด้วยการนำเอาเทคโนโลยียุคใหม่อย่าง Internet of Things หรือ IoT มาใช้

ความสามารถของแอพพลิเคชันสำหรับการใช้บริการก็อาจจะเหมือนกับทั่วๆ ไปที่มีอยู่ หากแต่ว่าระบบของ All Thai Taxiในฝั่งของระบบจัดการหลังบ้านนั้นเป็นเรื่องของบริหารจัดการภาพรวมของทั้งระบบ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการกำหนดเส้นทางให้กับผู้ขับในการไปรับผู้โดยสารตามลำดับคิวต่างๆ โดยที่ระบบหลังบ้านของเราจะคอยบริหารให้รถแต่ละคันนั้นให้บริการได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด เพื่อประโยชน์ทั้งในเรื่องของการบริหารต้นทุนด้านเชื้อเพลิงและบริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ แถมยังสามารถบริหารจัดการรถทั้งหมดทั้งในเรื่องของการเปลี่ยนกะเวลาทำงาน รวมถึงการเติมเชื้อเพลิงต่างๆ ซึ่งระบบทั้งหมดจะสามารถบริหารจัดการและตรวจสอบให้รถทุกคันในระบบนั้นสามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ และอีกหนึ่งของสิ่งที่ทำให้ระบบจัดการนี้ล้ำกว่าระบบอื่นๆ ก็คือ รถของ All Thai Taxi ทุกคันจะมีการติดตั้งอุปกรณ์ภายในรถยนต์ที่เชื่อมต่อเข้าหากัน ในการทำงานร่วมกันในการแลกเปลี่ยนข้อมูลต่างๆ ตั้งแต่พฤติกรรมการขับของพนักงานขับรถ การจอดรับผู้โดยสาร ตำแหน่งต้นทางปลายทางและเส้นทาง ณ ปัจจุบัน โดยที่ทั้งหมดจะเชื่อมเข้าหาอุปกรณ์ตัวหนึ่งที่ทำหน้าที่เป็น Gateway ที่ทำหน้าที่ทั้งการประมวลผลต่างๆ ส่วนหนึ่งคือการรับข้อมูลจากทั้งศูนย์ข้อมูลที่ส่งผ่านทางเครือข่ายไร้สาย ที่ทำการประมวลผลแล้วส่งไปยังอุปกรณ์แท็บเล็ตที่แสดงปลายทางที่พนักงานขับต้องไปรับผู้โดยสาร

ความปลอดภัยในการใช้บริการรถแท็กซี่

Image.aspxการเลือกใช้แท็กซี่กลายเป็นทางเลือกในการโดยสารผ่านบริการรถโดยสารขนส่งสาธารณะที่รวดเร็ว เข้าถึงได้ทุกที่ แต่เรื่องความปลอดภัยเราจะพบเห็นได้จากหน้าหนังสือพิมพ์ไม่เว้นแต่ละวันเกี่ยวกับอาชญากรรม การจี้ ปล้น ชิงทรัพย์ ข่มขืน กระทำชำเราผู้โดยสารที่เป็นสุภาพสตรี โดยผู้ก่อเหตุมักเป็นพนักงานขับรถที่เป็นผู้ชาย ทำให้สาวๆไม่กล้าขึ้นแท็กซี่ เพราะกลัวโดนมอมยาสลบ กลัวโดนคนขับแท็กซี่พาออกนอกเส้นทางแล้วพาไปข่มขืนหรือชิงทรัพย์ในที่เปลี่ยว ทำให้สุภาพสตรี มองหาบริการจากคนขับแท็กซี่ที่ไว้ใจได้ เนื่องจากแท็กซี่เป็นรถที่ประชาชนชอบใช้บริการในช่วงเวลาเร่งด่วน ยิ่งอาการร้อนและต้องการความเป็นส่วนตัวถึงที่หมายรวดเร็วกับการควักสตางค์จ่ายเพิ่มไม่กี่บาท แท็กซี่ก็สามารถเข้าตามตรอกซอกซอยคับแคบส่งผู้โดยสารถึงที่หมายได้

แต่จะมีใครรู้ชะตากรรมล่วงหน้าได้ว่า เมื่อเราสาวเท้าขึ้นนั่งรถแท็กซี่แล้วจะไม่มีภัยอันตรายเกิดขึ้น หรือจะรู้ได้อย่างไรว่าภัยร้ายกำลังคืบคลานมาใกล้ตัวอย่างที่ผ่านมาปรากฎเป็นข่าวออกบ่อยครั้ง ภัยอันตรายเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อทุกเวลา หากแท็กซี่บางส่วนไม่มีสามัญสำนึกเป็นคนดีของสังคม แต่กลับสร้างความเสื่อมทรามให้กับแวดวงคนขับแท็กซี่ ซึ่งเมื่อผู้โดยสารได้รับความเลวร้าย อีกทั้งต้องประสบโชคร้ายจากภัยใกล้ตัวเมื่อต้องโดยสารแท็กซี่ ที่คอยจ้องจะตะครุบเหยื่อสาว หลอกลวงบังคับข่มขู่แล้วข่มขืน ซึ่งเกิดขึ้นเป็นข่าวครึกโครมต่อเนื่องแล้ว ผู้โดยสารที่ต้องสัญจรด้วยรถแท็กซี่จะฝากความปลอดภัยไว้ที่ใคร เมื่อจำเป็นต้องใช้บริการแท็กซี่

เมื่อต้องนั่งแท็กซี่ตามลำพัง

1. ก่อนขึ้นรถต้องตรวจเช็กว่า รถแท็กซี่คันที่จะใช้บริการมีการติดป้ายทะเบียนขนส่งถูกต้องหรือไม่ ยี่ห้ออะไร สีรถอะไร
2. ดูเลขระบุข้างรถว่าตรงกับป้ายทะเบียนหรือไม่
3. ควรเลือกที่นั่งด้านหลังคนขับเพื่อไม่ให้คนขับเอี้ยวตัวมาได้ง่าย
4. เช็กสติ๊กเกอร์ป้ายทะเบียนรถที่ติดไว้ข้างประตู รวมถึงดูใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ที่ติดไว้ด้านหน้ารถ
5. ถ่ายภาพป้ายทะเบียนรถส่งให้กับคนใกล้ชิด หรืออาจโทรศัพท์บอกข้อมูลของรถและคนขับ
6. อย่าคุยเรื่องส่วนตัวกับคนขับรถ และอย่าบอกคนขับว่าไม่รู้เส้นทาง
7. พยายามสังเกตพฤติกรรมของคนขับ หากพบว่าคนขับปรับกระจกเพื่อมองระดับหน้าอกหรือหน้าขาของผู้โดยสารให้ระวังตัวไว้ทันที
8. หากเห็นคนขับขยับมือมาอังที่ช่องแอร์บ่อยครั้ง หรือหากผู้โดยสารเริ่มมีอาการผิดปกติ ควรหาที่ปลอดภัยที่มีแสงสว่างมากๆ มีคนเยอะๆ เพื่อลงจากรถ
9. ตั้งสติไว้ตลอดเวลา อย่าเผลอหลับระหว่างทาง และอย่าชะล่าใจว่าเป็นเส้นทางที่คุ้นเคย
10. เวลาลงรถควรลงประตูด้านหลังซ้ายมือคนขับ เพื่อไม่ให้คนขับลงจากรถเข้ามาประชิดตัวเราได้

3 แอพเรียกแท็กซี่ EasyTaxi, GrabTaxi และ Uber

ปัญหาแท็กซี่ไม่รับผู้โดยสาร, มารยาทแย่, ขับขี่ไม่ปลอดภัย, และหนักสุดคือทำตัวเยี่ยงโจร เป็นปัญหาคาราคาซังที่ผ่านมานานหลายปีผ่านไปก็ไม่มีหน่วยงานใดสามารถจัดการได้ แถมล่าสุดเล็งขอขึ้นค่าโดยสารขึ้นอีกโดยยังไม่เห็นแนวทางการพัฒนาคุณภาพของผู้ขับขี่อย่างเป็นรูปธรรมเท่าไหร่นัก ซึ่งวันนี้สมาร์ทโฟนที่พวกเราถืออยู่อาจจะเป็นตัวกระตุ้นให้ตลาดเกิดการเปลี่ยนแปลงได้ จึงอยากขอเชิญชวน เพื่อนๆร่วมด้วยช่วยจบปัญหาแท็กซี่ไร้คุณภาพกับ 3 แอพเรียกแท็กซี่ EasyTaxi, GrabTaxi และ Uber กัน

ทำไมต้องใช้แอพเรียกแท็กซี่
ไม่ปฎิเสธผู้โดยสาร กดเรียกแล้วมารอรับถึงที่
แสดงความคิดเห็นหลังใช้บริการได้ มารยาทดีไม่ดี ขับขี่ไม่ปลอดภัย เรารู้ได้หมด
รู้ตัวคนขับ มีประวัติชัดเจน ติดตามกรณีของหายได้
จ่ายเงินด้วยบัตรเครดิต(เฉพาะบางแอพ) หมดปัญหาเงินทอนไม่มี
โปรโมชั่นส่วนลดเพียบ!

ในปัจจุบันนี้มี 3 แอพที่กำลังทำตลาดในเมืองไทยอย่างเมามันส์คือ EasyTaxi, GrabTaxi และ Uber ซึ่งผมได้ลองทำตารางเปรียบเทียบค่าบริการและความสามารถของแต่ละอันมาให้ดูกันนะครับ ถ้าข้อมูลส่วนไหนผิดหรืออยากให้เพิ่มตรงไหน บอกได้

EasyTaxi & GrabTaxi : บริการจะคล้ายกันมาก ปกติจะเจอแท็กซี่รับทั้งสองแอพนี้ในเวลาเดียวกัน EasyTaxi จะคิดค่าเรียกถูกกว่าเล็กน้อย แต่ GrabTaxi จะทำตลาดดุกว่ามาก และมีแคมเปญการตลาดพร้อมโปรโมชั่นส่วนลดเพียบ
*EasyTaxi แม้มีระบบการชำระเงินด้วยบัตรเครดิต แต่เหมือนว่าจะยังไม่มีแท็กซี่ในไทยรองรับ
GrabTaxi : เปิดรับชำระค่าโดยสารด้วยบัตรเครดิตจากความร่วมมือกับธนาคารกสิกรแล้ว

Uber Black : บริการแท็กซี่แบบลิมูซีน เอารถป้ายเขียวมาวิ่งรับผู้โดยสาร พบรถกันขั้นต่ำก็ Camry Accord หรือไปสุดที่ Mercedez หรือ BMW กันเลยทีเดียว แต่ค่าบริการก็จะแพงกว่าปกติพอสมควรเช่นกัน และรถมีไม่มากนัก

Uber X : บริการแท็กซี่โดยใครๆก็สมัครทำได้ หรือเรียกง่ายๆว่าเป็นรถทะเบียนขาว-ดำ ที่พวกเราขับกันทั่วไปเนี่ยแหละ มีตั้งแต่ toyota vios-altis ค่าบริการช่วงแนะนำจะถูกว่าแท็กซี่ทั่วไป แต่ต่อไปยังไม่ทราบ แต่บางคนก็เป็นห่วงคือความปลอดภัย เพราะเป็นใครที่ไหนมาขับก็ไม่มีใครรู้

5Uber X เป็นบริการที่เปิดให้บริการมาแล้วในหลายประเทศและเกิดปัญหามากมาย…ไม่ใช่ว่าผู้ใช้ร้องเรียนในความปลอดภัยนะ แต่เป็นคนขับแท็กซี่ออกมาโวยว่า Uber X แย่งงาน แย่งผู้โดยสารไปซะหมดเลย Tongue

ข้อควรรู้ :

ระบบการคิดเงินค่าเดินทางของ Uber และ EasyTaxi+GrabTaxi ต่างกัน

EasyGrab จะเป็นการวางระบบครอบปกติเท่านั้น การคิดเงินค่าเดินทางยังใช้มิเตอร์ปกติ รถวิ่งคิดเงินกม.ละ 5 บาท รถจอดหรือติดคิด 1.5 บาทต่อนาที

Uber จะทำระบบขึ้นมาใหม่เลย และจะรถวิ่งหรือรถจอดก็เสียเงินคิด ไม่มีหยุดอันใดอันหนึ่ง แต่โดยรวมก็ยังถูกกว่าแท็กซี่อยู่ราว 10-15%

Uber ไม่ต้องควักเงินเสียค่าทางด่วนให้คนขับ เพราะมันจะหักในยอดรวมอยู่แล้ว

Uber จะไม่มีมิเตอร์บอกค่าใช้จ่ายปัจจุบันเป็นเท่าไหร่อย่างไร ไปรอลุ้นอีกทีตอนบิลแจ้งค่าบริการเข้ามาในอีเมล์เท่านั้น

ทั้ง Uber และ EasyGrab จะคิดค่าบริการเมื่อเราขึ้นรถแล้วเท่านั้น ใครโดนกดก่อนโปรดโวยหรือร้องเรียนไปที่ Call Center ของแอพนั้นๆ

สาเหตุที่หลายๆคนยังไม่ใช้งาน

มีค่าเรียกรถ 20-25 บาท

จำนวนรถที่ใช้แอพยังมีไม่มาก ต้องรอแท็กซี่วิ่งมาหา ซึ่งบางคนโดนไปเกินครึ่งชม.ก็มี

ต้องกดเรียกผ่านสมาร์ทโฟนวุ่นวาย ยืนริมถนนเรียกเลยง่ายกว่า

แต่ในทางกลับกันก็อยากให้ช่วยๆกันใช้แอพเหล่านี้กันเยอะๆนะครับ เพราะลึกๆแล้วเชื่อว่ามันน่าจะสร้างความเปลี่ยนแปลงหลายๆอย่างต่อคุณภาพชีวิตคนไทยได้ไม่มากก็น้อย

GrabTaxi แอพพลิเคชั่นเรียกใช้บริการรถแท็กซี่

GrabTaxi แอพพลิเคชั่นเรียกใช้บริการรถแท็กซี่ ที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายทั้งในประเทศมาเลเซีย และฟิลิปปินส์ ตอนนี้ได้เริ่มเปิดให้ผู้ใช้ Smart Phone ได้ทดลองใช้แล้วเป็นแห่งแรก ที่กรุงเทพฯ เพื่ออานวยความสะดวกสบาย และแก้ปัญหาการใช้บริการรถแท็กซี่ในสังคมอย่างง่ายๆ เพียงปลายนิ้วก็สามารถจับคู่คนขับรถแลผู้โดยสารอย่างรวดเร็ว

เพียงแค่เข้าสู่ GrabTaxi ระบบ GPS จะทาการค้นหาตาแหน่งของผู้ใช้โดยอัตโนมัติ แค่กาหนดปลายทาง แอพพลิเคชั่นจะค้นหารถแท็กซี่ที่อยู่ใกล้ที่สุด และแสดงค่าโดยสารโดยประมาณ เมื่อทาการกดเรียกรถ ผู้โดยสารจะได้รับการยืนยันภายใน 1 นาที พร้อมข้อความที่ระบุใบหน้า และเบอร์โทรศัพท์ของคนขับรถ รวมถึงทะเบียนรถและเวลาถึงที่หมายโดยประมาณ อีกทั้งยังสามารถติดตามความเคลื่อนไหวของรถได้ตลอดเวลาขณะมารับผู้โดยสาร นอกจากนี้แล้ว ยังสามารถส่งข้อมูลต่างๆ รวมทั้งการติดตามการเดินทางให้กับครอบครัว หรือเพื่อนๆ เพื่อให้ทราบการเคลื่อนไหวแบบเรียลไทม์ขณะโดยสารรถจนถึงที่หมายได้อีกด้วย

“จุดเริ่มต้นของ GrabTaxi ในมาเลเซีย คือ การต้องการแก้ไขปัญหาการให้บริการแท็กซี่ Grab Taxi มีเป้าหมายการให้บริการอยู่ 3 สิ่ง เพื่อเปลี่ยนวิถีการโดยสาร คือ ความปลอดภัย ความรวดเร็ว และความมั่นใจ เรามีความยินดีมากที่จะเปิดช่องทางความสะดวกนี้ให้กับคนกรุงเทพฯ ที่ต้องสัญจรไปมา” Anthony Tan กรรมการผู้จัดการ GrabTaxi Group กล่าว

การบริการรถแท็กซี่ในกรุงเทพฯนั้นมีปัญหามากมาย เป็นเรื่องธรรมดาที่คนขับรถจะปฏิเสธผู้โดยสาร โดยเฉพาะช่วงเวลาเร่งรีบที่รถติด ฝนตก แท็กซี่เปลี่ยนกะรถ และมีการจัดงานต่างๆ บางครั้งคนขับแท็กซี่ไม่ยอมเปิดมิเตอร์ ทาให้ผู้โดยสารต้องยอมจ่ายค่าโดยสารที่แพงเกินความเป็นจริง สาหรับผู้ประกอบอาชีพขับรถแท็กซีในกรุงเทพฯ เอง ต้องเผชิญปัญหาหลายอย่างเช่นกัน ทั้งการที่ต้องสูญเสียทั้งเวลา และเชื้อเพลิงเพื่อจะขับตระเวนหาผู้โดยสาร รวมทั้งความปลอดภัยในชีวิต จาก

กรณีอันตรายแฝง ทั้งการจี้ชิงทรัพย์ หรือการทาร้ายร่างกายต่างๆ ที่ทั้งผู้โดยสารและผู้ขับขี่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ ก่อให้เกิดความรู้สึกไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของทั้ง 2 ฝ่าย ทั้งคนขับแท็กซี่ และผู้โดยสาร

“การเปิดตัวของ GrabTaxi จะสร้างความมั่นใจ และความรู้สึกปลอดภัยในการเรียกใช้บริการรถแท็กซี่ให้กับผู้โดยสาร และในขณะเดียวกัน คนขับรถแท็กซี่ และศูนย์ประสานงานหรือศูนย์วิทยุยังสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายและมีรายได้เพิ่มขึ้นอีกด้วย” จุฑาศรี คูวินิชกุล ผู้อานวยการ แกร็บแท็กซี่ (ประเทศไทย) จากัด กล่าว

สาหรับแอพพลิเคชั่น GrabTaxi สามารถดาวน์โหลดฟรีเพื่อทดลองใช้ได้แล้ว บนทุกระบบปฏิบัติการ ทั้ง iOS, Android และ Windows Mobile โดยจะมีการคิดค่าธรรมเนียม 25 บาท ซึ่งจะค่าบริการนี้จะคิดเมื่อผู้โดยสารได้ขึ้นโดยสารบนรถแท็กซี่เรียบร้อยแล้ว

วิธีจัดการแก้ปัญหาแท็กซี่ทั้งระบบซึ่งปัจจุบันสารพัดปัญหาหมักหมมมายาวนาน

12

ทีดีอาร์ไอแนะวิธีจัดการแก้ปัญหาแท็กซี่ทั้งระบบ ซึ่งปัจจุบันสารพัดปัญหาหมักหมมมายาวนาน จากการทำธุรกิจแท็กซี่ 3 รูปแบบ ชี้กลุ่มที่สร้างปัญหามากที่สุดมาจากพวกเถ้าแก่อู่แท็กซี่ ส่วนการให้บริการรูปแบบแอปพลิเคชันเรียกแท็กซี่ด้วยโทรศัพท์มือถือ และใช้โมเดลใหม่แบบศูนย์สั่งการ บริษัทจ่ายเงินเดือนประจำให้คนขับ เป็นแค่ทางออกระยะสั้น แต่การแก้ปัญหาแบบยั่งยืนต้องผ่าตัดโครงสร้างขนส่งสาธารณะครบทั้งวงจรสารพัดปัญหาของแท็กซี่ในเมืองไทย ที่มีการร้องเรียนกันมานาน ทั้งในเรื่องของพฤติกรรมคนขับ ปฏิเสธผู้โดยสาร หรือปัญหาเกี่ยวกับการโกงมิเตอร์ มีการปรับแก้ให้ราคาวิ่งเร็วผิดปกติ พูดจาไม่สุภาพ ขับรถโดยประมาท และการบริการด้วยรถที่มีสภาพต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน ตลอดจนความปลอดภัยที่มาจากกลุ่มมิจฉาชีพแฝงตัวเข้ามาขับแท็กซี่

ปัญหาซ้ำซากเดิมๆ เหล่านี้รอการแก้ไขมานานแล้ว จนกระทั่งเมื่อนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นได้โพสต์เฟซบุ๊ก ในข้อความที่เกี่ยวข้องกับการใช้บริการรถแท็กซี่ที่สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ ซึ่งส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวของไทย และเรื่องนี้กลายเป็นเรื่องใหญ่ลุกลามขึ้นมาเป็นปัญหาระดับชาติ อย่างไรก็ตาม หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน ได้ช่วยกันหาทางออกเพื่อสร้างมาตรฐานการให้บริการรถแท็กซี่ที่มีคุณภาพ และความปลอดภัยเพิ่มขึ้น ซึ่งจะเห็นได้จากการตั้งศูนย์คุ้มครองผู้โดยสารรถสาธารณะ 1584 ระบบคอลเซ็นเตอร์ให้ผู้โดยสารสามารถแจ้งปัญหาที่เกิดขึ้นจากแท็กซี่ได้ เช่นเดียวกับมาตรการล่าสุด เมื่อเดือนธันวาคมปีที่ผ่านมานั้น กระทรวงคมนาคมไฟเขียวให้แท็กซี่ปรับราคาค่าโดยสารขึ้นมาอีกประมาณร้อยละ 8 ซึ่งคาดกันว่าเมื่อได้ปรับอัตราค่าบริการแล้วจะช่วยให้การบริการผู้โดยสารดีขึ้นตามมา

แต่นั่นอาจเป็นเพียงการคาดหวังหรือเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ เพราะในความเป็นจริงแล้วจะต้องแก้ที่โครงสร้างของระบบแท็กซี่ จึงจะทำให้การบริการผู้โดยสารมีประสิทธิภาพอย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นแนวทางที่ ดร.สุเมธ องกิตติกุล นักวิชาการจากทีดีอาร์ไอ ได้ศึกษาและเก็บข้อมูลไว้อย่างเป็นระบบการเพิ่มของจำนวนรถแม้จะเป็นข้อดี แต่สิ่งที่กลับไม่เปลี่ยนของบรรดาคนขับแท็กซี่ก็คือ การปฏิเสธรับผู้โดยสาร เลือกผู้โดยสารในเส้นทางที่อยากจะไปหรือเฉพาะผู้โดยสารต่างชาติ หรือประเภทขับรถเส้นทางอ้อม หรือตัวคนขับเองที่ก่อคดีอาชญากรรมบนรถแท็กซี่”