นวัตกรรมแท็กซี่ไฮเทค ยกระดับบริการ เล่น WiFi ฟรี มี GPS

หลายคนอาจเคยมีประสบการณ์ทั้งดีและไม่ดีในการใช้บริการรถแท็กซี่ แต่ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยในโลกไร้พรมแดนปัจจุบัน ทำให้บริการรถแท็กซี่ไทยสามารถยกระดับได้มากขึ้น ปัญหาการบริการรถแท็กซี่ในไทยยังแก้ไม่ตก ทั้งปฏิเสธผู้โดยสาร โกงมิเตอร์บ้าง บางคันขับก็หวาดเสียว แต่เมื่อนำเอาเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการจัดการ บวกกับความรู้ความเข้าใจในการบริหารบุคลากร ทำให้การบริการแท็กซี่ในฝันเกิดขึ้นจริงได้อย่างแท็กซี่ไฮเทคคันนี้

รถคันนี้ติดตั้งระบบ GPS Tracking เพื่อให้รู้ตำแหน่งได้ตลอดเวลา อีกทั้งมีกล้องวงจรปิด 360 องศา ไว้ดูแลความปลอดภัย และพฤติกรรมของพนักงานขับรถ มีแท็บเล็ตที่นอกจากจะใช้เป็น GPS นำทางแล้ว ยังเป็นตัวสั่งการต่างๆ มีมิเตอร์ที่ได้มาตรฐาน และไฟแสดงสถานะที่ติดอยู่บนหลังคารถ อุปกรณ์ทั้งหมดนี้จะเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ควบคุมที่ติดตั้งอยู่ได้เบาะ และทำหน้าที่ส่งข้อมูลในรถทั้งหมดกลับมาให้ศูนย์ควบคุม

พนักงานขับรถของแท็กซี่ไฮเทคทุกคนถือเป็นพนักงานประจำของบริษัท ก่อนออกรถจะต้องสแกน QR Code ที่แท็บเล็ตเพื่อเข้าสู่ระบบทุกครั้ง และต้องถ่ายรูปตัวรถดูว่ามีรอยเชี่ยวชนตรงไหน แต่งกายเรียบร้อยหรือยัง จึงจะออกถนนให้บริการผู้โดยสารได้ และจำกัดความเร็วไม่เกิน 90 กม/ชม. หากขับเร็วเกิน ระบบจะแจ้งเตือนทันที ค่าบริการมิตเตอร์เริ่มต้นที่ 35 บาทเหมือนทั่วไป มีเก็บค่าบริการเพิ่ม 20 บาท เมื่อเรียกผ่าน Application หรือ Call Center แต่ถ้าเจอรถว่างโบกเรียกก็ยินดีไปทุกที่ทั่วไทยไม่ปฏิเสธ แถมในรถยังมี WiFi ฟรีให้เล่นด้วย

ผู้บริหาร All Thai Taxi บอกว่าอยากให้มีบริการแท็กซี่ดีๆ เกิดขึ้นในประเทศไทย จึงนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อให้สามารถควบคุมมาตรฐานการให้บริการได้ อีกทั้งยังมีประโยชน์ในเรื่องการรักษาความปลอดภัยให้ทั้งผู้โดยสารเอง และพนักงานขับรถ ตอนนี้แท็กซี่ไฮเทคยังมีให้บริการไม่มากนัก แต่ถือเป็นต้นแบบที่ดีเพื่อยกระดับมารตรฐานการบริการรถแท็กซี่ไทยให้ดีขึ้น

เลดี้แท็กซี่สาธารณะ ช็อปฉลาดตลาดอัจฉริยะ

แม้คนขับรถแท็กซี่ดี ๆ จะมีมากกว่าที่แย่ๆ แต่เมื่อมีข่าวร้ายจากโชเฟอร์บางราย ซึ่งนาน ๆ จะเกิดสักที ก็ทำให้สาว ๆ หวั่นไหว หากต้องโดยสารยามค่ำคืนที่ผ่านทางสายเปลี่ยว เพียงคนเดียว เพราะทุกอย่างขึ้นกับพี่เค้าว่าจะเหพวงมาลัยไปในทางไหน

ในยุคที่การสื่อสารออนไลน์เป็นปัจจัยที่เข้าถึงและใช้ง่าย เพียงปลายนิ้วสัมผัสโทรศัพท์มือถือ บวกความแพร่หลายของระบบโซเชียลเน็ตเวิร์ก ออนไลน์ ที่ใคร ๆ ก็เป็นเพื่อนกันได้ ทั้งที่ไม่เคยเจอกัน บนเว็บเฟซบุ๊กจึงเกิดนวัตกรรมบริการเลดี้แท็กซี่ คือรถแท็กซี่สำหรับผู้หญิง ที่เน้นความปลอดภัยและคุณภาพสำหรับผู้โดยสาร ด้วยพนักงานขับรถหญิงที่ผ่านการคัดเลือกและอบรมอย่างดี

เริ่มจากเห็นถึงปัญหาสุภาพสตรีจำนวนมากไม่สบายใจในการใช้แท็กซี่สาธารณะ โดยเฉพาะเวลาเดินทางเพียงลำพัง เขาและเพื่อนที่เรียนปริญญาโทอยู่ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โครงการไอเอ็มบีเอ จึงคิดหาวิธีหลายรูปแบบ สำรวจและทดลองตลาดหลายครั้ง จนได้ผลสรุปเป็นธุรกิจเลดี้แท็กซี่ ที่จะให้บริการที่ปลอดภัยกว่าแท็กซี่อื่น ๆ มีพนักงานขับรถเป็นสุภาพสตรีทั้งหมด และมีแผนพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำเอาเทคโนโลยีมาใช้ในลำดับต่อไป เมื่อพร้อมมากขึ้น ทั้งคาดหวังให้พนักงานขับรถแท็กซี่ที่เข้าร่วมมีรายได้เพิ่มขึ้น เพราะมีแท็กซี่วิ่งรถเปล่าถึง 70% ที่มีผู้โดยสารมีเพียง 30% ทำให้พนักงานขับรถแท็กซี่มีรายได้น้อย และเชื่อว่าโครงการนี้จะสร้างรายได้ให้แก่พนักงานเพิ่มขึ้น

อัตราค่าโดยสารกำหนดไว้ 3 กรณี คือ รายที่โบกเรียกตามท้องถนน ซึ่งรับทั้งหญิงและชาย คิดตามมิเตอร์เหมือนแท็กซี่ทั่วไป รายที่เรียกผ่านคอลเซ็นเตอร์เบอร์ 08-1266-6360 จะคิดค่าบริการพิเศษ 50 บาทเพิ่มจากมิเตอร์ ส่วนกรณีลูกค้าบริษัท จะคิดราคาพิเศษ ขึ้นอยู่กับการเจรจาเป็นราย ๆ โดยสองประเภทหลัง จะรับเฉพาะสตรี

การใช้เฟซบุ๊กทำธุรกิจ ให้ประโยชน์ในแง่ที่ทำให้ผู้ประกอบการและลูกค้าติดต่อถึงกันได้ สะดวก มีปัญหาใดก็แจ้งได้ ช่วยให้ฝ่ายบริหารรับรู้ ชี้แจงและแก้ไขได้ทันท่วงที ผู้ที่สนใจใช้บริการ เข้าไปดูหน้าไทม์ไลน์ของเลดี้แท็กซี่ ก็จะเห็นความพยายามปรับปรุงงานที่ยังติดขัดบ้างในช่วงต้นของกิจการ เช่น การเร่งรับสมัครคน พร้อมกับการหาสมาชิก หรือการติติงการรับโทรศัพท์ และการตอบรับทางอีเมลที่ไม่ได้ดั่งใจ

เวลานี้มีรถร่วมโครงการแล้วกว่า 10 คันและจะค่อย ๆ ทยอยเพิ่มขึ้น จึงหวังว่าเลดี้แท็กซี่เมืองไทยจะได้รับความไว้วางใจจากสุภาพสตรีไทย สนใจใช้บริการต้องสื่อสารออนไลน์ จะเฟซบุ๊ก อีเมล หรือมือถือ ทีนี้ปัญหาปฏิเสธผู้โดยสาร ด้วยข้ออ้าง ส่งรถ แก๊สหมด คงไม่มีนะ

All Thai Taxi การเรียกใช้บริการรถแท็กซี่ผ่านทางแอพพลิเคชัน

ปัจจุบันผู้ใช้บริการรถแท็กซี่ในเมืองมีการร้องเรียนการให้บริการรถแท็กซี่เป็นจำนวนมากไม่ว่าจะเป็นเรื่องราคา คุณภาพรถแท็กซี่ มารยาทด้านการให้บริการ ปฏิเสธผู้โดยสาร ไม่ยอมใช้มาตรมิเตอร์แต่ใช้อัตราเหมาเองจนเป็นปัญหาเรื่องราคาที่ส่งผลกระทบต่อผู้โดยสาร กรมการขนส่งทางบก ตระหนักถึงความสำคัญดังกล่าว และได้ดำเนินการพัฒนาคุณภาพผู้ขับรถแท็กซี่จัดอบรมผู้ขับรถและผู้ประกอบการ รวมทั้งเข้มงวดในการตรวจสภาพรถและเข้มงวดกับการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังสำหรับผู้กระทำผิด โดยมีโทษถึงขั้นเพิกถอนใบอนุญาตในกรณีกระทำความผิดซ้ำ

สิ่งที่น่าตื่นเต้นนั้นไม่ใช่เรื่องของรถแท็กซี่ใหม่ของ All Thai Taxi ที่ให้บริการด้วยรถโตโยต้าพรีอุสซึ่งเป็นระบบไฮบริดเท่านั้น แต่สิ่งที่ทำให้ตื่นเต้นยิ่งกว่า นั่นก็คือเทคโนโลยีที่อัดแน่นอยู่ในรถคันนี้ ด้วยการนำเอา Internet of Things มาใช้ในแง่มุมของธุรกิจที่น่าสนใจอย่างมาก

จะว่าไปแล้วเรื่องของการเรียกใช้บริการรถแท็กซี่ผ่านทางแอพพลิเคชันนั้นวันนี้ถือว่าเป็นเรื่องธรรมดามาก แต่หากพูดถึงเรื่องของการนำเอาเทคโนโลยียุคใหม่ที่มีการเชื่อมการทำงานของอุปกรณ์และระบบจัดการการขนส่งด้วยเครือข่ายอินเทอร์เน็ตนั้น นับว่าเป็นระบบแรกๆ ที่เกิดขึ้นในเมืองไทยเลยทีเดียว ถ้าพูดถึงระบบบริหารจัดการระบบขนส่งโดยเฉพาะรถแท็กซี่ ณ วันนี้ ต้องถือว่าไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือน โดยที่ระบบของ All Thai Taxi นั้นจะไม่ใช่แค่ระบบเรียกแท็กซี่ผ่านแอพ แต่ภายใต้ระบบนี้เราได้พัฒนาให้ทั้งระบบสามารถบริหารจัดการในภาพรวมทั้งหมดให้มีประสิทธิภาพ ด้วยการนำเอาเทคโนโลยียุคใหม่อย่าง Internet of Things หรือ IoT มาใช้

ความสามารถของแอพพลิเคชันสำหรับการใช้บริการก็อาจจะเหมือนกับทั่วๆ ไปที่มีอยู่ หากแต่ว่าระบบของ All Thai Taxiในฝั่งของระบบจัดการหลังบ้านนั้นเป็นเรื่องของบริหารจัดการภาพรวมของทั้งระบบ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการกำหนดเส้นทางให้กับผู้ขับในการไปรับผู้โดยสารตามลำดับคิวต่างๆ โดยที่ระบบหลังบ้านของเราจะคอยบริหารให้รถแต่ละคันนั้นให้บริการได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด เพื่อประโยชน์ทั้งในเรื่องของการบริหารต้นทุนด้านเชื้อเพลิงและบริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ แถมยังสามารถบริหารจัดการรถทั้งหมดทั้งในเรื่องของการเปลี่ยนกะเวลาทำงาน รวมถึงการเติมเชื้อเพลิงต่างๆ ซึ่งระบบทั้งหมดจะสามารถบริหารจัดการและตรวจสอบให้รถทุกคันในระบบนั้นสามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ และอีกหนึ่งของสิ่งที่ทำให้ระบบจัดการนี้ล้ำกว่าระบบอื่นๆ ก็คือ รถของ All Thai Taxi ทุกคันจะมีการติดตั้งอุปกรณ์ภายในรถยนต์ที่เชื่อมต่อเข้าหากัน ในการทำงานร่วมกันในการแลกเปลี่ยนข้อมูลต่างๆ ตั้งแต่พฤติกรรมการขับของพนักงานขับรถ การจอดรับผู้โดยสาร ตำแหน่งต้นทางปลายทางและเส้นทาง ณ ปัจจุบัน โดยที่ทั้งหมดจะเชื่อมเข้าหาอุปกรณ์ตัวหนึ่งที่ทำหน้าที่เป็น Gateway ที่ทำหน้าที่ทั้งการประมวลผลต่างๆ ส่วนหนึ่งคือการรับข้อมูลจากทั้งศูนย์ข้อมูลที่ส่งผ่านทางเครือข่ายไร้สาย ที่ทำการประมวลผลแล้วส่งไปยังอุปกรณ์แท็บเล็ตที่แสดงปลายทางที่พนักงานขับต้องไปรับผู้โดยสาร

ความปลอดภัยในการใช้บริการรถแท็กซี่

Image.aspxการเลือกใช้แท็กซี่กลายเป็นทางเลือกในการโดยสารผ่านบริการรถโดยสารขนส่งสาธารณะที่รวดเร็ว เข้าถึงได้ทุกที่ แต่เรื่องความปลอดภัยเราจะพบเห็นได้จากหน้าหนังสือพิมพ์ไม่เว้นแต่ละวันเกี่ยวกับอาชญากรรม การจี้ ปล้น ชิงทรัพย์ ข่มขืน กระทำชำเราผู้โดยสารที่เป็นสุภาพสตรี โดยผู้ก่อเหตุมักเป็นพนักงานขับรถที่เป็นผู้ชาย ทำให้สาวๆไม่กล้าขึ้นแท็กซี่ เพราะกลัวโดนมอมยาสลบ กลัวโดนคนขับแท็กซี่พาออกนอกเส้นทางแล้วพาไปข่มขืนหรือชิงทรัพย์ในที่เปลี่ยว ทำให้สุภาพสตรี มองหาบริการจากคนขับแท็กซี่ที่ไว้ใจได้ เนื่องจากแท็กซี่เป็นรถที่ประชาชนชอบใช้บริการในช่วงเวลาเร่งด่วน ยิ่งอาการร้อนและต้องการความเป็นส่วนตัวถึงที่หมายรวดเร็วกับการควักสตางค์จ่ายเพิ่มไม่กี่บาท แท็กซี่ก็สามารถเข้าตามตรอกซอกซอยคับแคบส่งผู้โดยสารถึงที่หมายได้

แต่จะมีใครรู้ชะตากรรมล่วงหน้าได้ว่า เมื่อเราสาวเท้าขึ้นนั่งรถแท็กซี่แล้วจะไม่มีภัยอันตรายเกิดขึ้น หรือจะรู้ได้อย่างไรว่าภัยร้ายกำลังคืบคลานมาใกล้ตัวอย่างที่ผ่านมาปรากฎเป็นข่าวออกบ่อยครั้ง ภัยอันตรายเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อทุกเวลา หากแท็กซี่บางส่วนไม่มีสามัญสำนึกเป็นคนดีของสังคม แต่กลับสร้างความเสื่อมทรามให้กับแวดวงคนขับแท็กซี่ ซึ่งเมื่อผู้โดยสารได้รับความเลวร้าย อีกทั้งต้องประสบโชคร้ายจากภัยใกล้ตัวเมื่อต้องโดยสารแท็กซี่ ที่คอยจ้องจะตะครุบเหยื่อสาว หลอกลวงบังคับข่มขู่แล้วข่มขืน ซึ่งเกิดขึ้นเป็นข่าวครึกโครมต่อเนื่องแล้ว ผู้โดยสารที่ต้องสัญจรด้วยรถแท็กซี่จะฝากความปลอดภัยไว้ที่ใคร เมื่อจำเป็นต้องใช้บริการแท็กซี่

เมื่อต้องนั่งแท็กซี่ตามลำพัง

1. ก่อนขึ้นรถต้องตรวจเช็กว่า รถแท็กซี่คันที่จะใช้บริการมีการติดป้ายทะเบียนขนส่งถูกต้องหรือไม่ ยี่ห้ออะไร สีรถอะไร
2. ดูเลขระบุข้างรถว่าตรงกับป้ายทะเบียนหรือไม่
3. ควรเลือกที่นั่งด้านหลังคนขับเพื่อไม่ให้คนขับเอี้ยวตัวมาได้ง่าย
4. เช็กสติ๊กเกอร์ป้ายทะเบียนรถที่ติดไว้ข้างประตู รวมถึงดูใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ที่ติดไว้ด้านหน้ารถ
5. ถ่ายภาพป้ายทะเบียนรถส่งให้กับคนใกล้ชิด หรืออาจโทรศัพท์บอกข้อมูลของรถและคนขับ
6. อย่าคุยเรื่องส่วนตัวกับคนขับรถ และอย่าบอกคนขับว่าไม่รู้เส้นทาง
7. พยายามสังเกตพฤติกรรมของคนขับ หากพบว่าคนขับปรับกระจกเพื่อมองระดับหน้าอกหรือหน้าขาของผู้โดยสารให้ระวังตัวไว้ทันที
8. หากเห็นคนขับขยับมือมาอังที่ช่องแอร์บ่อยครั้ง หรือหากผู้โดยสารเริ่มมีอาการผิดปกติ ควรหาที่ปลอดภัยที่มีแสงสว่างมากๆ มีคนเยอะๆ เพื่อลงจากรถ
9. ตั้งสติไว้ตลอดเวลา อย่าเผลอหลับระหว่างทาง และอย่าชะล่าใจว่าเป็นเส้นทางที่คุ้นเคย
10. เวลาลงรถควรลงประตูด้านหลังซ้ายมือคนขับ เพื่อไม่ให้คนขับลงจากรถเข้ามาประชิดตัวเราได้

3 แอพเรียกแท็กซี่ EasyTaxi, GrabTaxi และ Uber

ปัญหาแท็กซี่ไม่รับผู้โดยสาร, มารยาทแย่, ขับขี่ไม่ปลอดภัย, และหนักสุดคือทำตัวเยี่ยงโจร เป็นปัญหาคาราคาซังที่ผ่านมานานหลายปีผ่านไปก็ไม่มีหน่วยงานใดสามารถจัดการได้ แถมล่าสุดเล็งขอขึ้นค่าโดยสารขึ้นอีกโดยยังไม่เห็นแนวทางการพัฒนาคุณภาพของผู้ขับขี่อย่างเป็นรูปธรรมเท่าไหร่นัก ซึ่งวันนี้สมาร์ทโฟนที่พวกเราถืออยู่อาจจะเป็นตัวกระตุ้นให้ตลาดเกิดการเปลี่ยนแปลงได้ จึงอยากขอเชิญชวน เพื่อนๆร่วมด้วยช่วยจบปัญหาแท็กซี่ไร้คุณภาพกับ 3 แอพเรียกแท็กซี่ EasyTaxi, GrabTaxi และ Uber กัน

ทำไมต้องใช้แอพเรียกแท็กซี่
ไม่ปฎิเสธผู้โดยสาร กดเรียกแล้วมารอรับถึงที่
แสดงความคิดเห็นหลังใช้บริการได้ มารยาทดีไม่ดี ขับขี่ไม่ปลอดภัย เรารู้ได้หมด
รู้ตัวคนขับ มีประวัติชัดเจน ติดตามกรณีของหายได้
จ่ายเงินด้วยบัตรเครดิต(เฉพาะบางแอพ) หมดปัญหาเงินทอนไม่มี
โปรโมชั่นส่วนลดเพียบ!

ในปัจจุบันนี้มี 3 แอพที่กำลังทำตลาดในเมืองไทยอย่างเมามันส์คือ EasyTaxi, GrabTaxi และ Uber ซึ่งผมได้ลองทำตารางเปรียบเทียบค่าบริการและความสามารถของแต่ละอันมาให้ดูกันนะครับ ถ้าข้อมูลส่วนไหนผิดหรืออยากให้เพิ่มตรงไหน บอกได้

EasyTaxi & GrabTaxi : บริการจะคล้ายกันมาก ปกติจะเจอแท็กซี่รับทั้งสองแอพนี้ในเวลาเดียวกัน EasyTaxi จะคิดค่าเรียกถูกกว่าเล็กน้อย แต่ GrabTaxi จะทำตลาดดุกว่ามาก และมีแคมเปญการตลาดพร้อมโปรโมชั่นส่วนลดเพียบ
*EasyTaxi แม้มีระบบการชำระเงินด้วยบัตรเครดิต แต่เหมือนว่าจะยังไม่มีแท็กซี่ในไทยรองรับ
GrabTaxi : เปิดรับชำระค่าโดยสารด้วยบัตรเครดิตจากความร่วมมือกับธนาคารกสิกรแล้ว

Uber Black : บริการแท็กซี่แบบลิมูซีน เอารถป้ายเขียวมาวิ่งรับผู้โดยสาร พบรถกันขั้นต่ำก็ Camry Accord หรือไปสุดที่ Mercedez หรือ BMW กันเลยทีเดียว แต่ค่าบริการก็จะแพงกว่าปกติพอสมควรเช่นกัน และรถมีไม่มากนัก

Uber X : บริการแท็กซี่โดยใครๆก็สมัครทำได้ หรือเรียกง่ายๆว่าเป็นรถทะเบียนขาว-ดำ ที่พวกเราขับกันทั่วไปเนี่ยแหละ มีตั้งแต่ toyota vios-altis ค่าบริการช่วงแนะนำจะถูกว่าแท็กซี่ทั่วไป แต่ต่อไปยังไม่ทราบ แต่บางคนก็เป็นห่วงคือความปลอดภัย เพราะเป็นใครที่ไหนมาขับก็ไม่มีใครรู้

5Uber X เป็นบริการที่เปิดให้บริการมาแล้วในหลายประเทศและเกิดปัญหามากมาย…ไม่ใช่ว่าผู้ใช้ร้องเรียนในความปลอดภัยนะ แต่เป็นคนขับแท็กซี่ออกมาโวยว่า Uber X แย่งงาน แย่งผู้โดยสารไปซะหมดเลย Tongue

ข้อควรรู้ :

ระบบการคิดเงินค่าเดินทางของ Uber และ EasyTaxi+GrabTaxi ต่างกัน

EasyGrab จะเป็นการวางระบบครอบปกติเท่านั้น การคิดเงินค่าเดินทางยังใช้มิเตอร์ปกติ รถวิ่งคิดเงินกม.ละ 5 บาท รถจอดหรือติดคิด 1.5 บาทต่อนาที

Uber จะทำระบบขึ้นมาใหม่เลย และจะรถวิ่งหรือรถจอดก็เสียเงินคิด ไม่มีหยุดอันใดอันหนึ่ง แต่โดยรวมก็ยังถูกกว่าแท็กซี่อยู่ราว 10-15%

Uber ไม่ต้องควักเงินเสียค่าทางด่วนให้คนขับ เพราะมันจะหักในยอดรวมอยู่แล้ว

Uber จะไม่มีมิเตอร์บอกค่าใช้จ่ายปัจจุบันเป็นเท่าไหร่อย่างไร ไปรอลุ้นอีกทีตอนบิลแจ้งค่าบริการเข้ามาในอีเมล์เท่านั้น

ทั้ง Uber และ EasyGrab จะคิดค่าบริการเมื่อเราขึ้นรถแล้วเท่านั้น ใครโดนกดก่อนโปรดโวยหรือร้องเรียนไปที่ Call Center ของแอพนั้นๆ

สาเหตุที่หลายๆคนยังไม่ใช้งาน

มีค่าเรียกรถ 20-25 บาท

จำนวนรถที่ใช้แอพยังมีไม่มาก ต้องรอแท็กซี่วิ่งมาหา ซึ่งบางคนโดนไปเกินครึ่งชม.ก็มี

ต้องกดเรียกผ่านสมาร์ทโฟนวุ่นวาย ยืนริมถนนเรียกเลยง่ายกว่า

แต่ในทางกลับกันก็อยากให้ช่วยๆกันใช้แอพเหล่านี้กันเยอะๆนะครับ เพราะลึกๆแล้วเชื่อว่ามันน่าจะสร้างความเปลี่ยนแปลงหลายๆอย่างต่อคุณภาพชีวิตคนไทยได้ไม่มากก็น้อย