จี้แท็กซี่ต้องปรับคุณภาพการให้บริการก่อนขึ้นค่าโดยสาร

ตามที่กระทรวงคมนาคมเห็นชอบให้รถแท็กซี่ปรับค่าโดยสารและกำหนดให้แท็กซี่ต้องตรวจสอบมาตรฐานรถ นำรถเข้าจูนมิเตอร์และซีลตะกั่วที่มาตรค่าโดยสารจากกรมการขนส่งทางบกนั้น ขณะนี้มีรถแท็กซี่เข้ามาดำเนินการตรวจสภาพรถแล้วประมาณ 45,000 คัน แท็กซี่บางส่วนได้ผ่านขั้นตอนที่ 1 แล้ว แต่บางรายที่ยังไม่ผ่านต้องนำรถไปปรับปรุงแก้ไขแล้วนำกลับมาตรวจใหม่ภายใน 15 วัน คาดว่า 22 ธ.ค. จะมีแท็กซี่ที่ผ่านการตรวจสอบทุกขั้นตอนประมาณ 2,000-3,000 คัน ที่สามารถปรับค่าโดยสารได้ก่อนเป็นลอตแรก จากจำนวนรถแท็กซี่ที่จดทะเบียนในระบบประมาณ 85,000 คัน

ปัจจุบันมีแท็กซี่เกือบแสนคันทั่วกรุงเทพฯ ออกวิ่งอยู่บนท้องถนนจำนวนหลายหมื่นคันในแต่ละช่วงเวลา มีประชาชนใช้บริการแท็กซี่วันละหลายแสนเที่ยว ดังนั้นการกวดขันเพื่อคุ้มครองดูแลประชาชนและยกระดับคุณภาพบริการแท็กซี่ จึงเป็นเรื่องจำเป็นและคุ้มค่าแน่นอน โดยเฉพาะถ้าภาครัฐต้องการให้คนลดการใช้รถยนต์ส่วนตัวลง ก็ยิ่งจะต้องเพิ่มคุณภาพของบริการขนส่งสาธารณะ อันรวมถึงแท็กซี่ด้วย จึงจะเป็นการจูงใจให้คนจอดรถส่วนตัว ลดการใช้รถส่วนตัว อยากหันมาใช้บริการแท็กซี่และระบบขนส่งสาธารณะมากขึ้น

ที่ผ่านมาผู้ประกอบการรถแท็กซี่ไม่ได้ปรับค่าโดยสารมานานแล้ว ช่วงแรกจะให้ผู้ประกอบการปรับปรุงคุณภาพการให้บริการ มีกรมการขนส่งทางบกประเมินผลอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันการเรียกรถแบบเหมาจ่ายเดิมขึ้นกับรถแท็กซี่ตกลงกันกับผู้โดยสาร แต่ต่อไปกระทรวงจะปรับให้เป็นการกดมิเตอร์ ซึ่งจะได้ค่าโดยสารเท่ากับหรือใกล้เคียงกับที่เหมาจ่าย จูงใจให้คนขับไม่ปฏิเสธผู้โดยสาร ต่อไปเมื่อผู้โดยสารเรียกแท็กซี่แล้ว คนขับจะต้องไปทุกที่ ไม่มีการปฏิเสธ เพราะการดำเนินการครั้งนี้ จะวางกรอบครอบคลุมทั้งการให้บริการ การใช้บริการ ทุกอย่างจะเป็นธรรมมากขึ้น ผู้ประกอบการจะมีเงินเหลือเพียงพอกับรายจ่าย ไม่ใช่ขับแท็กซี่แล้วได้เงินไม่ถึงค่าแรงขั้นต่ำหรือ 300 บาท

ขณะนี้กรมการขนส่งมีมาตรการให้แท็กซี่นำรถไปตรวจสภาพ ก่อนที่จะนำมิเตอร์ให้เจ้าหน้าที่ขนส่งปรับตั้งค่าให้ แต่เนื่องจากมีแท็กซี่ต่อคิวขอใช้บริการเป็นจำนวนมาก ทำให้รถแท็กซี่บางคันยังไม่นำรถไปตั้งค่ามิเตอร์ จึงยังต้องให้บริการในราคาเดิมก่อน ขณะที่บางคันที่ตั้งค่าแล้วก็จะปรับขึ้นค่าบริการต่อไป ดังนั้นในช่วงนี้อาจจะเห็นว่ารถบางคันคิดค่าแท็กซี่มิเตอร์ในราคาต่างกัน อย่างไรก็ตามด้านผู้ขับรถแท็กซี่เองส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับการขึ้นราคาในครั้งนี้ เนื่องจากมองว่าราคาก๊าซในปัจจุบันก็ไม่ได้ปรับเพิ่มขึ้นสูงขึ้นมากนัก และราคาก็ไม่ได้เป็นภาระต่อต้นทุน รวมไปถึงมีบัตรในการช่วยลดหย่อนในการเติมก๊าซ แต่หากมีการปรับขึ้นราคาขึ้นไปอีกจะทำให้ประชาชนที่ใช้บริการน้อยลงอยู่แล้วใช้น้อยลงกว่าเดิม

อุปกรณ์สำหรับให้ผู้บริการสามารถเรียกรถแท็กซี่จุดจอดรถแท็กซี่อัจฉริยะ

200403830-001

ปัจจุบันประชาชนนิยมเดินทางโดยอาศัยระบบขนส่งมวลชนเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะใช้บริการรถแท็กซี่ซึ่งสามมารถช่วยในการแก้ไขปัญหาการจราจรได้ในระดับหนึ่ง แต่ปัจจุบันประชาชนผู้เรียกใช้บริการรถแท็กซี่ที่จัดเตรียมไว้มีไม่เพียงพอ หรือที่มีอยู่แล้วรถแท็กซี่ไม่ได้มาจอด เพราะมีรถอื่นมาจอดแทนที่ ทำให้รถแท็กซี่ต้องวิ่งหาผู้โดยสารบนถนนต่อไปเหมือนเดิมยิ่งเป็นช่วงเวลาที่เร่งด่วนด้วยแล้วไม่ต้องพูดถึง ทำให้เกิดปัญหาการจราจรตามมาที่สำคัญก่อให้เกิดอุบัติเหตุสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินรวมถึงน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นจำนวนมาก อีกทั้งประชาชนขาดความเชื่อมั่นในการใช้บริการรถแท็กซี่ อีกทั้งแท็กซี่ที่ให้บริการอยู่ในปัจจุบัน มีจำนวนไม่ต่ำกว่า 25 ศูนย์ ซึ่งยากต่อการควบคุมดูแล

ในเมื่อเป็นเช่นนี้ชาว กทม.จึงเปลี่ยนไปใช้รถยนต์ส่วนบุคคลในที่สุด ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้เกิดปัญหาการจราจรติดขัดตามมา ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร จึงได้กำหนดนโยบายเร่งด่วนในการดำเนินโครงการที่จอดรถแท็กซี่อัจฉริยะ เพื่อให้ประชาชนได้รับความสะดวกและความปลอดภัยในการใช้บริการรถแท็กซี่ ด้วยการตั้งเป้าหมายในการดำเนินการปรับปรุงจำนวน 150 จุด และจะเพิ่มจุดจอดรถแท็กซี่ให้ทั่วทั้งพื้นที่กรุงเทพมหานคร อันจะเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนผู้ใช้บริการรถแท็กซี่และส่งเสริมให้ประชาชนหันมาใช้ระบบขนส่งมวลชนมากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นหนทางหนึ่งในการแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัดในกรุงเทพมหานครได้อย่างยั่งยืน

จุดจอดรถแท็กซี่อัจฉริยะที่ว่านี้ มีอุปกรณ์สำหรับให้ผู้บริการสามารถเรียกรถแท็กซี่ โดยอุปกรณ์ดังกล่าวจะต้องแสดงให้เห็นว่าเมื่อมีผู้ประสงค์ที่จะรับบริการแท็กซี่ในบริเวณนี้ ก็จะสามารถมีรถแท็กซี่มาให้บริการได้ โดยผู้รับบริการ จะได้รับความสะดวกสบาย และเมื่อกดเรียกแล้วจะมีสัญญาณแสดงที่ชัดเจนบริเวณที่จะใช้บริการ ด้านการลงทุนเปิดโอกาสให้เอกชนลงทุนก่อสร้างจุดจอดรถครอบคลุมพื้นที่ในเขตกรุงเทพมหานคร และให้ผู้ลงทุนรับสิทธิในการจัดหาผลประโยชน์การโฆษณาประชาสัมพันธ์ผ่านทางจุดจอดรถแท็กซี่ เป็นการแลกเปลี่ยนเป็นเวลา 3 ปี

ที่จอดรถแท็กซี่อัจฉริยะที่กำลังอยู่ในระหว่างดำเนินการนี้จะมีรูปแบบที่คล้ายคลึงกับป้ายรถโดยสารประจำทาง มีหลังคาบังแดดบังฝน ออกแบบอย่างสวยงาม มีอุปกรณ์สำหรับกดเรียกแท็กซี่ ให้มีสัญญาณไฟกระพริบแสดงให้เห็นว่ามีผู้ประสงค์จะใช้บริการ อุปกรณ์สัญญาณเรียกรถแท็กซี่ และการประชาสัมพันธ์ข่าวสาร กทม. รวมทั้งมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกแก่คนพิการทางสายตาด้วย ไม่เพียงแค่นั้น ยังมีการจัดเก็บข้อมูลและประมวลผลข้อมูล เช่น การรู้ตำแหน่งรถแท็กซี่ในระหว่างขับเคลื่อนอยู่บนท้องถนน ความปลอดภัยของผู้ใช้บริการ ในกรณีเกิดเหตุกับผู้โดยสาร สามารถตรวจสอบ วัน เวลา ที่ใช้บริการและตรวจสอบประวัติผู้ให้บริการ เพื่อเป็นการขยายผลในการดำเนินการต่อไป

วิธีการแก้ปัญหาแท็กซี่ปฎิเสทผู้โดยสารในปัจจุบัน

ปัญหาแท็กซี่ปฎิเสทผู้โดยสารนั้นมีลักษณะสังคม กล่าวคือไม่ใช่เป็นปัญหาในทางกฎหมาย หรือเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว แต่มีลักษณะที่เกี่ยวข้องเชื่อมโยงในทุกส่วนของสังคมเพราะเนื่องด้วยแท็กซี่เป็นบริการสาธรณะที่ได้รับความนิยมและจำเป็นในปัจจุบัน เพราะลักษณะที่ได้เปรียบของบริการแท็กซี่โดยสารไม่ว่าจะเป็นความสะดวกสบาย หรือการบริการตามความประสงค์ของลูกค้า คือไปตามสถานที่ที่ลูกค้าต้องการที่จะไป ผลที่ตามมาจากที่แท็กซี่มีความใกล้ชิดกับคนในสังคมก็คือปัญหาด้านความปลอดภัยทั้งตัวแท็กซี่เองและผู้โดยสาร หรือปัญหาในความสะดวกที่เป็นเป้าหมายใหญ่ของการมีแท็กซี่แต่ปัจจุบันแท็กซี่ขาดความตระหนักถึงเรื่องนี้ทำให้มีปัญหาการปฎิเสธรับผู้โดยสารเกิดขึ้น นำไปสู่ปัญหาอื่นที่ตามมา ไม่ว่าจะเป็นปัญหาจราจรที่ติดขัดเนื่องจากไม่สามารถระบายผู้โดยสารจากจุดที่รถติดออกไปได้รวมถึงปัญหาการจอดชะลอตัวของรถที่เป็นสาเหตุหลักของการจราจรติดขัดในปัจจุบัน หรือปัญหาการทะเลาะวิวาทจากความไม่พอใจของผู้โดยสารที่มีต่อผู้โดยสารเมื่อมีการปฎิเสทบ่อยๆติดกันหลายคัน เป็นต้น เช่นนี้จากที่กลุ่มของเราได้ลงพื้นที่ไม่ว่าจะเป็นบริเวณ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ หมอชิต สยาม ที่มีการแจ้งปัญหาแท็กซี่ปฎิเสทผู้โดยสารเป็นจำนวนมาก กองบัญชาการตำรวจจราจร(บก.จร.) ที่เป็นผู้บังคับใช้กฎหมายดังกล่าวตามพ.ร.บ.จราจร และกรมขนส่งทางบก ที่เป็นผู้บังคับใช้กฎหมายดังกล่าวตามพ.ร.บ.รถยนต์ จึงสรุปปัญหาและแนวทางแก้ไขปัญหาจากการศึกษาได้ดังนี้

ข้อยกเว้นในกรณีแท็กซี่ปฎิเสทผู้โดยสารไม่ยืดยุ่นไปตามข้อเท็จจริง กล่าวคือไม่เปิดช่องให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฎิบัติการฟังเหตุผลของแท็กซี่ที่ปฎิเสทผู้โดยสารประกอบการสินใจว่าจะลงโทษหรือไม่ เพียงแต่มีดุลพินิจว่าจะลงโทษมากน้อยเท่าใด ซึ่งในความเป็นจริงแล้วเหตุที่ต้องปฎิเสธที่ฟังดูมีเหตุผลก็มีอยู่ไม่น้อยจึงควรให้ดุลยพินิจแก่เจ้าหน้าที่ปรับใช้อย่างเหมาะสมด้วยในเรื่องของคุณภาพของขนส่งสาธารณะ กล่าวคือแท็กซี่เป็นขนส่งสาธารณะอย่างหนึ่งที่มีลักษณะพิเศษในเส้นทางการให้บริการที่กำหนดเป็นลักษณะเขตพื้นที่ตามใบอนุญาตที่ออกมา และทั้งยังมีค่าบริการที่สูงกว่าขนส่งรูปแบบอื่นเนื่องด้วยปัจจัยในเรื่องความสะดวกสบายที่มีมากกว่าขนส่งสาธารณะรูปแบบอื่น เช่นนี้คุณภาพจึงเป็นสิ่งสำคัญไม่ว่าจะเป็นในเรื่อง ความปลอดภัย ความพึงพอใจ และความสะดวกสบาย ดังนั้นจึงต้องมีมาตราการณ์ควบคุมคุณภาพของแท็กซี่ไม่ว่าจะเป็น การให้ใบอนุญาตที่ต้องมีมาตรฐานที่สูงและมีกฎระเบียบที่เคร่งครัดมีมาตราการณ์บังคับที่จริงจังในการได้มาและเสียไปซึ่งใบอนุญาต และหากเสียสิทธิในเรื่องคุณภาพคือถูกเพิกถอนแล้วไม่ควรให้บุคคลนั้นได้รับใบอนุญาตนี้เลยจึงจะเป็นวิธีควบคุมที่ได้ผล

คนส่วนใหญ่ที่ตกงานหรือว่างจากอาชีพที่ตนเองทำก็จะหันมาขับแท็กซี่

TAXI คือ รถบริการที่คนในกรุงเทพมหานครใช้บริการมากพอสมควร ซึ่งทุกวันนี้เราไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่าแท็กซี่ก็เป็นหนึ่งในช่องทางการโดยสารที่สะดวก รวดเร็ว แถมยังมีให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงจากข้อมูลปัจจุบัน กรุงเทพฯ มีแท็กซี่ในระบบ 100,000 คัน แต่วิ่งให้บริการจริง 80,000 คัน และจากข้อมูลการจดทะเบียนรถแท็กซี่ ณ วันที่ 31 มกราคม 2555 พบว่า มีจำนวนรถแท็กซี่ทั้งสิ้น จำนวน 99,375 คัน เป็นรถแท็กซี่ส่วนบุคคล จำนวน 23,757 คัน และรถแท็กซี่นิติบุคคล จำนวน 75,618จากตัวเลขดังกล่าวจะเห็นได้ชัดว่ารถแท็กซี่ที่มีอยู่ใน กทม.นั้นค่อนข้างมีจำนวนมาก คำถามที่ทุกกคนให้ความสนใจ คือปริมาณของ TAXI อยู่ในขนาดที่เหมาะสมหรือยัง ซึ่งนอกจากเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของปริมาณรถ TAXI แล้ว ยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่เสียงวิพากษ์วิจารณ์คือ คุณภาพการให้บริการ เช่น การเลือกให้บริการ การส่งไม่ถึงที่ ร่วมถึงการกระจุกตัวของ TAXI ในพื้นที่ที่เป็นศูนย์การค้า เป็นต้น

ณ ปัจจุบันคนส่วนใหญ่ที่ตกงานหรือว่างจากอาชีพที่ตนเองทำก็จะหันมาขับแท็กซี่ ซึ่งเป็นเรื่องที่ง่ายมากหากคุณจะทำอาชีพนี้ จริงๆ แล้วต้องมีใบขับขี่รถสาธารณะ แต่ปัจจุบันกลับพบว่าอู่แท็กซี่บางแห่งไม่จำเป็นต้องมีใบขับขี่ บางแห่งก็ไม่ให้ความสำคัญต่อเรื่องนี้และที่สำคัญอู่รถแท็กซี่นั้นได้มีการขยายและเพิ่มมากขึ้น และมีรถแท็กซี่ให้เช่ามากมาย โดยไร้การการควบคุมในเรื่องปริมาณ  ต้องยอมรับว่านอกจากจำนวนรถทั่วไปที่วิ่งไปมาแล้ว แท็กซี่ก็เป็นหนึ่งในปัญหาที่ทำให้รถติด ประมาณว่าใครอยากขับก็ขับ การควบคุมในเรื่องแบบนี้ไม่ได้ทำแบบจริงจัง แน่นอนว่าหากมองไปตามท้องถนน กทม.ในช่วงเวลาปกตินั้นนอกจากกลางคืนแล้วเกือบทุกๆ 1-2 นาที เราจะเห็นแท็กซี่วิ่งผ่านไปมาตลอด นำมาซึ่งการขับขี่ที่ไร้ระเบียบการแย่งรับผู้โดยสารบ่อยครั้งมักเกิดอุบัติเหตุให้เห็นปัญหาอีกเป็นคือเรื่องคุณภาพของการให้บริการของแท็กซี่ สถิติในช่วงเดือน ต.ค. 54–ก.ย. 55 และ ช่วงเดือน ต.ค. 55 – เม.ย. 56 มีการร้องเรียนเข้ามา 20,162 ราย ส่วนใหญ่เป็นเรื่องปฏิเสธไม่รับผู้โดยสารแสดงกิริยาวาจาไม่สุภาพ ส่งไม่ถึงจุดหมายปลายทางหรือจะเป็นการพาผู้โดยสารไปในเส้นทางที่อ้อม ขับรถในลักษณะประมาทหรือน่าหวาดเสียว ไม่ใช้มาตรค่าโดยสาร ใช้รถอุปกรณ์ส่วนควบไม่ถูกต้อง(มิเตอร์เดินเร็ว,ติดฟิล์ม) เรียกเก็บค่าโดยสารเกินอัตรา เรื่องอื่นๆ(เช่น การแต่งกาย,สูบบุหรี่) ตามลำดับ

รู้เท่าทันแท็กซี่

ในสังคมยุคปัจจุบันประชากรหรือคนไทยนี้หันออกมาขับแท็กซี่กันมากจนหลายๆครั้งเรามักจะได้ยินข่าวเกี่ยวแท็กซี่จนกลายเป็นเรื่องที่ชินหูคนบ้านเราไปแล้ว แต่ในวันนี้เราจะนำข้อมูลที่เป็นประโยชน์มาบอกเล่าให้แก่คุณผู้อ่านในเรื่องง่ายๆจนบางเรื่องที่คิดว่าไม่น่าจะเป็นไปได้ก็อาจจะมีผลต่อราคาค่าโดยสารแบบที่ท่านต้องประหลาดใจกันเลยทีเดียวกับ “รู้เท่าทันแท็กซี

001

ก่อนอื่นเราจะเริ่มจากการสังเกตรถแท็กซี่กันก่อนเลยตั้งแต่ภายนอกบางคนก็เกิดข้อสงสัยว่าทำไมภายนอกรถจะมีอะไรก็รถปกติดีสิ่งที่จะบอกก็คือให้สังเกตในส่วนของล้อแท็กซี่หากล้อแม็กใหญ่กว่าปกติแล้วตัวยางออกมานอกตัวถังรถนั่นก็หมายความว่ารถคันนั้นมิตเตอร์จะขึ้นเร็วกว่าเดิมนิดหน่อยเพราะมิตเตอร์จะขึ้นได้เกิดจากไฟที่เกิดจากการวิ่ง เช่น เราได้เดินทางจากสามเสนไปยังเจริญนคร 45 โดยใช้รถแท็กซี่ที่มีขนาดล้อธรรมดาราคาจะอยู่ที่ประมาณ95-100 บาท แต่เมื่อเดินทางด้วยรถแท็กซี่ที่มีขนาดล้อใหญ่กว่าตัวถังราคาก็จะสูงขึ้นมากว่าเดิมประมาณ15-20บาท นั่นหมายความว่าราคาจะขึ้นมาประมาณ120 บาท และอีกหนึ่งข้อสังเกตที่เราสามารถสังเกตได้ง่ายๆเวลาเราไปนั่งแท็กซี่คือในมิตเตอร์จะมีบอก 3 อย่าง คือ 1.ราคา 2.ระยะทาง 3.เวลาที่หยุด ซึ่งทั้ง 3 ช่องจะมีจุดเล็กที่จะกระพิบในเวลาวิ่งอยู่คือถ้ารถจอดจุดในช่องเวลาก็จะกระพิบแต่ถ้ารถวิ่งจุดในช่อง ราคาและระยะทางก็จะกระพิบ หากเกิดการกระพิบทั้ง3ช่องไม่ว่ากรณีใดกรณีหนึ่งก็ให้สงสัยไว้ก่อนว่ามีโอกาสจะโดนโกงได้ แต่หลักๆให้สังเกตจุดในช่องราคาไว้หากรถหยุดจุดในช่องราคาต้องไม่กระพิบนั่นเอง